นายกฯ ปรี๊ด หลังโดนด่า น้ำท่วมอีสาน บ่นไปไหนชาวบ้านก็ขอแต่เงิน!

ในล่าสุดนี้ก็ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของนายกซึ่งก็ได้มีชาวบ้านตอบมาทุกสิ่งว่ามีประชาชนมากมายที่กำลังเดือดร้อนกับอุทกภัยแต่นายกนั้นกับลงภาคใต้ไปทำอาหารให้คนดูจึงสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับพี่น้องชาวประชาชนเป็นอย่างมากและทำให้มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายๆฝ่าย

ล่าสุดนี้ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์ชาติภาคปฏิบัติร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐเพื่อประชาชนโดยในงานครั้งนี้ก็มีข้าราชการทุกระดับเข้าร่วมด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าทางนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่าในตอนนี้ประชาชนนั้นยังไม่เข้าใจวันนี้มีคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่เอาเงินให้ประชาชนคนละ 5,000 บาทหรือน้ำท่วมทำไมไม่จ่ายเงินด้วยช่วยเหลือประชาชนเพราะว่าในตอนนี้ประชาชนไม่มีข้าวไม่มีเงินซื้อข้าวกินจะถามว่าทำได้หรือไม่เรื่องนายกจะได้เป็นการเกิดขึ้นมาว่าทำไมประชาชนถึงไม่เข้าใจแล้วทำไมคนกลุ่มนึงหรือมาพูดต่อว่าแล้วต้องทำอย่างนี้ นายกฯจึงไม่ใช้เงินหลวง หรือไม่ลงพื้นที่ไปตรวจ

โดยนายกได้มีการพูดว่า นี้อะไรกันประเทศไทย ถ้าหาดเราไม่ร้วมกันก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ แล้วประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ยังไง โดยในตอนนี้ประชาชคุ้นเคยกับสิ่งที่เคยได้ ไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิดเลยหรอ มีแต่เรียกร้องในทุกๆวัน โดยไม่เข้าใจระเบียบราชการ โดยในวันนี้ ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาเฉพาะกับระบบราชการ – การเมือฃแต่อย่างเดียว แต่ปัญหานั้นก็เกิดขึ้นกับคนด้วยเช่นกัน ที่พูดไม่ได้ตำหนิใคร เพียงแต่อย่างให้ทุกคนรู้ว่าโจทย์ตอนนี้ของประเทศอยู๋ตรงไหน

ไม่ใช่สักแต่จะขอเงินกันเป้รอย่างเดียว นอกจากนี้นายกบอกว่าอึดอัดใจมาก เพราะในตอนนี้ประเทศไทยยังขาดแคลน โดยข้าราชการต้องช่วยกันอธิบายด้วย เพราะในตอนนี้ยังไม่มีเงินใหเ แต่พอคนอื่นพูดอะไรไปก็เชื่อกันไปหมด โดยในทุกวันนี้ทางพลเอกประยุทธ์กล่าวว่าตัวเองนั้นไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนายกแต่คิดว่าจะทำอย่างไรที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้แต่กลับมีคนกลุ่มนึงดูเหมือนไม่รักประเทศชาติคอยพูดจาคิดหาประโยชน์ส่วนตัวจึงอย่าคิดขอร้องคิดแต่ในเรื่องของประโยชน์ส่วนตนควรจะหาทางร่วมมือในการสร้างสิ่งที่ถูกต้องฉะนั้นทุกคนนั้นต้องช่วยแก้ไขปัญหาไม่ใช่กล่าวว่ารัฐบาลถึงไม่ออกไปช่วยช่วยกันคิดช่วยกันสร้างความเข้าใจจะดีกว่าไหม

โดนกระแสหนัก พรรคพลังประชารัฐ ยกเลิกงานเลี้ยง ระดมสส. ไปช่วยรับบริจาคน้ำท่วม

ล่าสุดนี้ก็ได้มีการรับรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐที่มีการแจ้งว่ามีความเคลื่อนไหวได้มีการจัดเตรียมสัมมนา สส. และกลุ่มบริหารพรรค เพื่อทบทวนการทำงานและการประเมินผลในการทำหน้าที่พร้อมกับกำชับบทบาทของหน้าที่สส. ในการลงพื้นที่รวมถึงเชิญรัฐมนตรีในการกระทรวงหลักมาพูดคุยกับสส. เพื่อเชื่อมโยงหลักการทำงานระหว่างสส. และรัฐมนตรี

นอกจากนี้ในฐานะแกนนำของรัฐบาลก็ได้มีการจัดเตรียมงานเลี้ยงสสพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อพูดคุยและรับประทานอาหารเย็น ร่วมกันและเหตุนี้ก็ได้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายและท้องถิ่นมีความเหมาะสมจากหลายฝ่ายเพราะ ในขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาล ก็ทักท้วงว่าช่วงเวลาดังกล่าวนั้นอาจจะไม่เหมาะสมในการจัดเลี้ยงเพราะในขณะนี้มีประชาชนหลายคนยังประสบวิกฤติอุทกภัยในหลายจังหวัด

และในล่าสุดนั้นก็ได้มีการเลือกงานสัมมนาผู้บริหารออกไปก่อนเพราะเล็งเห็นว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ควรให้สสลงพื้นที่เพื่อไปช่วยผู้ประสบภัยและช่วยเหลือประชาชนก่อนล่าสุดข่าวพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมีการกล่าวว่าถ้าหากมีงานนี้ตนจะต้องไปเพราะเป็นการจัดงานเลี้ยงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลอีกทั้งยังเป็นการ การจัดเลี้ยงเนื่องในโอกาสปิดสมัยการประชุมรัฐสภา

บิ๊กตู่มาช่วยแล้ว! เตรียมจัดรายการขอรับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม

ล่าสุดก็มีกระแสตอบรับออกมาหลังจากที่ ได้มีผู้คนออกมาพูดถึงนายกกันอย่างมากมาย โดยในล่าสุดนี้ก็ได้มีนายเทวัญ รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายก อีกทั้งยังเป็นประธานการเปิดประชุม บิ๊กตู่มาช่วยแล้ว! เตรียมจัดรายการขอรับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วม “รัฐบาลเปิดศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย”

โดยมีการเปิดเผยว่าจะขอรับบริจาคจากประชาชนผ่านการถ่ายทอดสดรายการโทรทัศน์ร่วมใจพี่น้องชาวไทยช่วยภัยน้ำท่วมที่จะจัดขึ้นในที่ บริษัทอสมท จำกัด มหาชน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รัฐบาลได้มีการเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยประชาชนจะสามารถบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขาโดยหมายเลขบัญชีคือ 067-0-06895-0 ชื่อบัญชี “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์แล้วจะนำไปบริจาคและช่วยเหลือกับผู้ที่โดนผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้โดยในตอนนี้ภาครัฐจะเข้าไปดำเนินการขั้นต้นและรวมถึงการตั้งศูนย์บริจาคสิ่งของที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะสุขกระทรวงมหาดไทย

โดยรายการร่วมใจพี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วมจะออกอากาศทางช่อง 9 โดยจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยและถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 19:30 จนถึง 22:30 นโดยมีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรีจะเดินทางมาร่วมรับโทรศัพท์บริจาคด้วยตัวเองพร้อมกับศิลปินนักแสดงที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมบริจาค

สำหรับการรับบริจาคผ่านทางโทรทัศน์นั้นจะสามารถบริจาคผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 02 245 0700 19 จำนวน 20 คู่สายโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 19:30 จนถึงเวลา 22:00 นโดยผู้บริจาคหน้าสามารถนำหลักฐานในการบริจาคไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้โดยสามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่ณบัดนี้เป็นต้นไปและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองคลังสำนักงานปลัดสำนักงานนายกรัฐมนตรีหรือเบอร์โทรศัพท์ 02 2834318-27

โดยนอกจากนี้ได้มีการยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะนำไปให้กับผู้ประสบอุทกภัยอย่างแน่นอน โดยเงินในส่วนของรัฐบาลเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 790 ล้านบาทก็จะมาสมทบเพื่อช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

บิณฑ์ ขอบคุณคนไทย ยอดบริจาคทะลุ 130 ล้านแล้ว ช่วยชาวบ้านได้ครอบครัวละ 5,000 บาท

กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมากเพราะหลังจากที่คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้มีการขอรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังประสบภัยกับน้ำท่วม โดยล่าสุดนี้ก็ได้มีการระบุไว้ว่าจะนำเงินเป็นจำนวนทั้งหมด 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวไปช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งหลังจากที่เผยแพร่ออกไปก็มีชาวไทยหลาย ๆ คนต่างส่งยอดบริจาค ข้ามาอย่างมากมาย

โดยในช่วงเย็นก็ได้เข้าไปเช็คปรากฏว่ายอดบริจาคนั้นสูงถึง 130 ล้านบาทแล้วโดยในตอนนี้ทางคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และทีมงานก็ได้มีการลงพื้นที่เพื่อทยอยแจกเงินเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์ก็ได้มีการกล่าวว่าแต่จริงตอนแรกว่าจะให้ครอบครัวละ 1,000 บาทแต่พอจำนวนเงินเข้ามาอย่างมากมายจึงเพิ่มเป็นครอบครัวละ 5,000 บาทโดยจุดแรกจะมุ่งไปที่ตำบลบุ่งหวายและแจกเป็นจำนวน 145 ครัวเรือนเป็นเงินทั้งหมด 7 ล้านบาท

สำหรับหมายเลขที่รับบริจาคนั้นก็คือ 7061037793 ธ.กสิกรไทย กระแสรายวัน สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชื่อบัญชี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เน่ื่องจากบัญชีเดิมเป็นออมทรัพย์ เมื่อมีเงินเข้ามาเป็นจำนวนมากก็เกิดปัญหาขึ้น และนอกจากนี้ถ้าหากใครกำลังเป็นห่วงว่ามียอดบริจาคเข้ามาเยอะ จะจัดการอย่างไร ซึ่งทางคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ก็มีการบอกว่ารับรองได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะทำให้โปร่งใสที่สุด แนะนำเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มที่และจะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวมากที่สุดซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ช่วงน้ำท่วมเท่านั้นแต่หลังน้ำท่วมก็จะเข้าช่วยเหลือ

ฉะนั้นถึงแม้จะมีเงินมหาศาลเป็นหลักร้อยล้านแต่คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ก็มั่นใจว่าจะทำให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด เพราะจะมีการเผยรายละเอียดทุกอย่างว่าเงินเข้ามาเท่าไหร่ เบิกไปที่ไหนยังไงสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนเลยทีเดียว