พิพากษา ‘เปรมชัย’ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา

หลังจากคดียืดเยื้อมานานสำหรับคดีเปรมชัย ซึ่งมีคดีย่อยที่พิพากษาไปก่อนหน้านี้ ในคดีนี้เป็นการอ่านคำพิพากษา กรณีเปรมชัยพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ วันนี้มีคำพิพากษามาแล้ว ซึ่งหลายคนก็คงติดตามอยู่ ไปดูกันเลยว่า คำพิพากษาเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 นัดฟังคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ข้อหาร่วมกันให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 (เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน)

โดยศาลอาญาคดีทุจริตคดีมิชอบภาค 7 ได้พิจารณา คดี เปรมชัย จำเลยที่ 1 ตามฟ้องโจทก์ ให้จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และนับโทษต่อจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ ส่วนนายยงค์ ศาลพิจารณาแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้อง

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดจากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เข้าจับกุมนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาน้ำโจน อยู่ระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่าทิคองกับหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เป็นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์

พร้อมตรวจพบซากเสือดำและสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4-5 ก.พ.2561 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน ซึ่งระหว่างถูกควบคุมตัว นายเปรมชัย และนายยงค์ โดดเครือ ได้ร่วมกันเสนอว่าจะให้รับสินบนแก่เจ้าพนักงานผู้จับกุม เพื่อแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว

ต่อมา นายวิเชียรได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป.เพื่อให้ดำเนินคดีกับ 1.นายเปรมชัย 2.นายยงค์ ในความผิดฐานร่วมกันให้ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชนอื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม ป.อาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ ตามคดีอาญาที่ 1/2561 ลงวันที่ 8 ก.พ.61

ศาลตัดสินแล้ว! ยกฟ้อง ‘ลุงจรูญ’ ไม่ได้ยักยอกหวย 30 ล้าน

กลายเป็นคดีมหากาพย์สุดยืดเยื้อหวย 30 ล้าน ซึ่งใช้เวลาปีกว่า ระหว่างครูปรีชา และลุงจรูญ บรรยากาศวันนี้ทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมกันและให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจ โดยฝ่ายครูปรีชา นั้น มีแฟนคลับต่างนำดอกกุหลาบมาให้ รวมถึงผลไม้มงคล อย่างขนุนมารับประทานก่อนเข้า ฟังคำพิพากษา ท่ามกลางการรอผลการตัดสินของสื่อมวลชนจำนวนมาก

หมวดจรูญ เผยว่า เช้านี้ได้ทำบุญใส่บาตรตามปกติหน้าบ้าน เมื่อคืนก็นอนหลับสบาย ไม่ได้คิดมาก เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง หากการสืบหาความจริงเป็นไปอย่างยุติธรรม ก็ไม่กลัว จากการสืบพยานในชั้นศาลก็ทำให้มั่นใจว่าศาลจะสามารถพิสูจน์ความจริง เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้ ผลจะออกมาอย่างไรก็น้อมรับ แต่คิดว่าจะเป็นทางบวกกับตัวเองแน่นอน ตอนนี้อยากฟังผลเร็วๆ ประมาณเที่ยงครึ่ง ก็จะเดินทางไปที่ศาลทันที

ส่วนที่บ้านนะโม หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี บ้านพักของ นายปรีชา ใคร่ครวญ เวลา 07.30 น. ครูปรีชาได้ออกจากบ้านและได้เปิดเผยว่า วันนี้มีความพร้อมเต็มร้อย ทั้งเรื่องของพยานหลักฐานต่างๆ ที่จะไปสู้ในชั้นศาล
ส่วนประเด็นที่บอกว่าเคยติดต่อไปยังทนายอาคม คงสวัสดิ์ หนึ่งในทีมทนายความของร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายโทรก่อน แต่คุยกันจริง คุยให้กำลังใจมากกว่า ไม่ขอเจรจาให้จบคดีอย่างที่กล่าวอ้าง

ขณะที่ เจ๊พัช เจ๊บ้าบิ่น และเจ๊เกียว วันนี้จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วย มีการพูดคุยให้กำลังใจกันตลอดเวลา ส่วนข้อเท็จจริงต่างๆ ได้รวบรวมเข้ากระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาลเรียบร้อยแล้ว แต่หากผลออกมาไม่เป็นตามที่คาดหวัง เตรียมจะใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีบรรดาสื่อมวลชนสำนักต่างๆ จำนวนมากมารอทำข่าว และมีประชาชนที่สนใจมาสังเกตการณ์พอสมควร ทำให้มีความคึกคักมาก ต่อมาเวลา 11.40 น. ครูปรีชาพร้อมทนายมาถึงศาลจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนอีกด้านเวลา 12.20 น. ร.ต.ท.จรูญ วิมูล พร้อม นางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา และ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เดินทางมาถึงที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี

โดยคดีดังกล่าว นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน จำนวน 30 ล้านบาท ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี นัดสืบพยานโจทก์ นัดแรกเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นพยานฝ่ายโจทก์ขึ้นสืบพยาน จำนวน 5 ปาก ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีนัดสืบพยานโจทก์นัดที่ 4 ในวันที่ 11 เม.ย.62 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จากนั้น ศาลได้เริมอ่านคำพิพากษา ก่อนสรุปในตอนท้าย และพิพากษาให้ ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐาน รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่เพียงพอ ที่จะฟังได้ว่า ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ดังกล่าว เป็นของโจทก์ โดยจำเลยจึงถือว่า เป็นเจ้าของสลาก โดยเบื้องต้น ครูปรีชา ไม่ต้องรับโทษเนืื่องจากเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าว แต่ลุงจรูญ สามารถฟ้องเพิ่มเติมได้

โดย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล (ว่าที่)เจ้าของหวย 30 ล้าน กล่าวว่า เงินรางวัลที่ถูกอายัดเอาไว้ ก็อยากจะได้คืนเร็วๆ เพราะเงินใครก็อยากจะใช้ หากได้เงินมาอย่างแรกเลยคือตั้งใจจะนำไปทำบุญ

“ตั้งใจจะนำเงินไปทำบุญตั้งแต่ยังไม่มีเรื่องแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ทำบุญเลย เพราะมาเกิดเรื่องเสียก่อน หลังจากผ่านพ้นเรื่องนี้ไปแล้วก็น่าจะไปทำบุญทำทาน” ร.ต.ท.จรูญ กล่าว

“หากเรื่องวุ่นวายผ่านไปแล้ว จะเดินสายทำบุญ โดยจะนำเงินที่ถอนอายัดแล้วมาทำบุญ เงินอีกส่วนจะเก็บไว้ทำธุรกิจ รวมทั้งหลังจากนี้ จะยังซื้อลอตเตอรี่เหมือนเดิม แต่จะรอบคอบกว่าเดิมหลายเท่า” ร.ต.ท.จรูญ กล่าว

ด่วน! พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ‘ถึงแก่อสัญกรรม’ แล้วในวัย 99 ปี

กลายเป็นข่าวเศร้าของประเทศไทยและครอบครัว ติณสูลานนท์ ซึ่งเมื่อเช้านี้ได้สูญเสียประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ‘พลเอกเปรม ติณสูลานนท์’ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบในวัย 99 ปี หลังมีอาการป่วยหัวใจล้มเหลวและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 26 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากมีอาการป่วยระบบหัวใจล้มเหลวและเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาล สิริอายุได้ 98 ปี

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่ง 3 สมัย ระหว่างปี 2523 ถึง 2531 บุคลิกส่วนตัวพลเอกเปรมเป็นคนพูดน้อย ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนน้อยมาก จนถูกหนังสือพิมพ์ในขณะนั้นเรียกขานว่า “เตมีย์ใบ้” และได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเหตุการณ์กบฏเมษาฮาวายและกบฏ 9 กันยา

หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 3 สิงหาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกเปรม เป็นองคมนตรี ในวันที่ 23 สิงหาคม 2531 จากนั้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2531 ได้รับโปรดเกล้าฯ ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ และในวันที่ 4 สิงหาคม 2541 มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานองคมนตรี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้ พลเอกเปรม ลงนามในสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในฐานะสักขีพยาน ใน วันที่ 1 พฤษภาคม 2562

ชีวิตส่วนตัว พลเอกเปรม ชื่นชอบดูการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะกีฬามวยและฟุตบอล มักเปิดโอกาสให้นักกีฬาเข้าพบเพื่อคารวะ และให้กำลังใจ ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังชื่นชอบการร้องเพลง ระยะหลังได้ฝึกหัดเล่นเปียโนกับ ณัฐ ยนตรรักษ์ และประพันธ์เพลงเป็นงานอดิเรก พลเอกเปรมมีผลงานเพลงบันทึกเสียงจำหน่าย บรรเลงดนตรีโดย กองดุริยางค์ทหารบก

ประวัติ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

สำหรับ พล.อ.เปรม เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) และนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์) เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน

ทางทีมงานพิราบคาบข่าว ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัว ติณศูลานนท์ มา ณ ที่นี้

จนท. จับชาวบ้าน ‘ลักลอบตัดไม้ไผ่’ ในเขตอุทยาน ที่ จ.อุบลฯ ส่งดำเนินคดีหนัก

กลายเป็นประเด็นทั่วโลกออนไลน์อีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ จับชาวบ้านลักลอบตัดไม้ไผ่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย หลายคนมองว่าเจ้าหน้าที่ควรใช้วิจารณญาณมากกว่านี้ รวมถึงบอกว่าไม้ไผ่เองขึ้นเองทุกปี แถมยังเป็นไม้ไม่ได้หายาก แต่เจ้าหน้าที่เองก็คงทำตามหน้าที่ เลือกปฏิบัติไม่ได้ ทำเอาเรื่องนี้ กลายเป็นประเด็นอีกครั้ง มีคนแชร์ไปกว่า 1,400 แชร์รวมถึงคอมเม้นท์เกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างมาก ไปดูเหตุการณ์กันเลย วันนี้ที่อุบลราชธานี – เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)ชุดปฏิบัติกการที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี จับนายสมหมาย มลิลา ลักลอบตัดไม้ไผ่พุงในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)ชุดปฏิบัติกการที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี

ออกลาดตระเวน โดยใช้ระบบลาดเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol System)ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนมาถึงที่บริเวณป่าทิศใต้บ้านนาจะหลวย
ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูเมย

ป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร พบนายสมหมาย มลิลา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 ม.5 ต.โพนงาม อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานี ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน 1 กพ-5064 อุบลราชธานี ผ่านมาโดย ด้านเบาะหลังใส่ไม้ไผ่พุงมาเต็มท้ายรถ
เจ้าหน้าที่จึงเรียกหยุดเพื่อตรวจสอบพบ ไม้ไผ่พุงจำนวน 42 ปล้อง และอุปกรณ์ในการกระทำผิด มีด 1 เล่ม เลื่อยคันธนู 1 ปื้น ไฟฉายชนิดคาดศีรษะ 1 ดวงและกระสอบปุ๋ย จำนวน 1 ใบ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นายสมหมาย มลิลา ได้ทราบว่ากระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้พร้อมแจ้งข้อหา

ผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (2) ฐาน “ร่วมกันเก็บหานำออกไปหรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่น” มาตรา 16 (9) ฐาน “ ขับขี่ยานพาหนะ เข้า – ออกหรือขับขี่ในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ” ผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2559 มาตรา 14 ฐาน “ ทำไม้ หรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ”นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย
ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

กรมอุตุฯ เตือน 46 จังหวัด เตรียมรับมือฝนตกหนัก ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือน 46 จังหวัดต่อไปนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ร้อยละ 60 ภาคตะวันออกให้ระวังเพราะจะโดนหนักสุด ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
กรมอุตุฯ / วันที่ 13 พ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อน โดยภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 14 พ.ค.นี้ ภาคเหนือ อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮองสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ซึ่งประเทศกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ อธิบดีกรมอุุตุฯ เองได้ออกมาเตือนประชาชนในช่วงนี้ให้ระมัดระวังโดยมีข้อความว่า
“ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด”

ธกส!เตรียมปล่อยกู้ให้เกษตรกร ซื้อ ‘โดรนบังคับ’ ในการทำการเกษตร

กลายเป็นเรื่องวิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์เกี่ยวกับ การปล่อยกู้ให้เกษตรกร ซื้อ โดรน เพื่อทำการเกษตร ในแง่ของแนวคิดเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการเอื้อนายทุน หรือเกษตรกรหลายใหญ่ หรือไหม่ เพราะราคาไม่ใช่ถูก ๆ ตกลำละ 500,000 บาทโดยประมาณ ในส่วนความคิดเห็นของแอดมินเอง แอดเองเป็นลูกชาวนา ปัญหาหลัก ๆ ของเกษตรกรที่แอดคลุกคลีกับการทำนา ทำไร่ ทำเกษตร รุ่นพ่อรุ่นแม่ ปัญหานั่นคือ การชลประทาน หรือน้ำในการทำเกษตร นั่นเอง แต่ก็อย่างว่าแหละ อันไหนที่เป็นประโยชน์หรือพัฒนาการทำการเกษตรในบ้านเรา ก็ต้องลองกันหน่อย เบื้องต้นธ.ก.ส. เองตั้งงบในการปล่อยกู้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท

นายอภิรมย์สุขประเสริฐผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) เปิดเผยว่าในปี 2562 นั้น ธ . ก. ส. ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการธนาคาร คุณสมบัติการผลิตให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรจำนวนมากรวม 15,000 ล้านบาทเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะมีการซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ้ทดแทนแรงงานในการพ่นยาฆ่าแมลงหว่านเมล็ดพันธุ์ลดต้นทุนการผลิต

การจัดซื้อสินเชื่อเพื่อการกุศลครั้งต่อไป 3% สำหรับกลุ่มสหกรณ์และ 5% สำหรับเกษตรกรรายย่อยโดยธนาคาร กันเพราะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสูงกว่า 60 ปีจำนวน 30 ล้านบาทโดยเกษตรกรยืนยันว่าการใ ้โดรนช่วยลดต้นทุนการผลิตได้จริงเพราะการใช้โดรนสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและลดเวลาในการหว่านเมล็ดพืชได้รวมถึงค่าจ้างใช้แรงงานคนที่ตกไร่ละ 500 บาท

สำหรับแผนการดำเนินงานในรอบปีบัญชี 2562 (1 เม.ย. 62 – 31 มี.ค. 63) ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 7.7 แสนล้านบาทคิดเป็นยอดคงค้างที่เพิ่มขึ้น 9.5 หมื่นล้านบาทเพื่อเป็นเงินทุนใน ทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน 3 กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 13,000 ล้านบาท
กลุ่มลูกค้าทั่วไปรวมถึงทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่จำนวน 44,000 ล้านบาทและกลุ่มผู้มีส่วนร่วมด้านการเกษตร
ส่วนที่เหลือเงินฝากเพิ่มขึ้น 60,000 ล้านบาทจากการออกสลากออมทรัพย์เงินฝากและสวัสดิการกองทุนทวีสุขและคาดหวังผลกำไร 8,719 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน 1 พันล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกร 2.9 ล้านราย

ด้านนายกสมาคมเครือข่ายชาวนา ชี้โดรนเพื่อการเกษตรยังไม่เหมาะกับรายย่อย เอื้อกลุ่มนายทุน แนะให้ความรู้นาแปลงใหญ่
นายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า กรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เตรียมวงเงินสินเชื่อการซื้ออากาศยานไร้คนขั บ(โดรน) และเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการลดต้นทุนผลิต ทดแทนแรงงานได้ แต่หากเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อโดรน 1 ลำ อยู่ที่ 500,000 บาทนั้น เป็นราคาที่สูงมากและในสถานการณ์ปัจจุบันของภาคการเกษตรที่ยังไม่ได้มีการจัดระบบ ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนาแปลงใหญ่ถือว่ายังไม่มีความจำเป็นสำหรับรายย่อย

ดังนั้นการที่จะนำโดรนมาใช้ในภาคการเกษตรต้องเป็นนาแปลงใหญ่ มีพื้นที่หลายร้อยไร่ หรือเป็นกลุ่มของนายทุนเท่านั้น และจำเป็นต้องมีการวางแผนให้รัดกุมก่อนการใช้งาน เพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเข้าใจในความปรารถนาดีของ ธกส. ที่จัดสรรเงินออกสินเชื่อช่วยเกษตรกร ดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่อยากให้มีการส่งเสริมความรู้และคำนึงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ขณะที่สถานการณ์การเมืองไทย พรรคการเมืองที่กำลังรวมกลุ่มจัดตั้งรัฐบาลนั้น ในฐานะของเกษตรกรยังคาดหวังให้ผู้นำประเทศเข้ามาช่วยเหลือความเป็นอยู่ให้เกษตรกรไทยดีขึ้น

ก็คงต้องรอผู้เกี่ยวข้องออกมาแถลงอีกครั้งให้หายสงสัยว่าจริง ๆ แล้วเกษตรกรได้ประโยชน์จริง ๆ หรือไม่ หรือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์แก่นายทุน ถ้าเป็นแบบนั้นก็สงสารเกษตรกรไทยสุด ๆ ตามกันไปนะครับ

พยายามจนสำเร็จ! เรียน กศน. สอบติดแพทย์ คนแรกของประเทศไทย

หากพูดถึงอาชีพหมอนั้นก็เป็นอาชีพที่คนไทยหลายคนต่างให้ความสนใจและให้ความเคารพนับถือกันเป็นอย่างมากโดยถือเป็นอาชีพในฝันสำหรับใครหลายคนซึ่งทุกคนนั้นก็ต่างจะคิดว่าการเรียนหมอนั้นจะต้องศึกษาจากโรงเรียนดีๆชื่อดังเท่านั้นจึงสามารถเรียนได้แต่บอกเลยว่าความคิดเหล่านั้นจะหมดไปถ้าหากคุณได้รู้จักกับคนคนนี้ นั้นก็คือคุณ นายวรวิทย์ คงบางปอ หรือ น้องวิทย์ นั้นเอง

วรวิทย์ คงบางปอ หรือ น้องวิทย์ ตอนนี้อยู่จังหวัดระนอง ระดับประถมศึกษาเรียนที่โรงเรียนหมิงซิน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรียนที่โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร เรียนหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญ (กศน.) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ กศน.อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ตอนนี้จบหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญ (กศน.) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แล้วครับ

ทำไมถึงเรียน กศน. แทนที่จะเลือกเรียนในโรงเรียนสายสามัญ :
ในตอนแรกผมย้ายไปเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรีครับ แต่มีปัญหาเลยต้องย้ายกลับมาเรียนที่จังหวัดระนอง ตอนกลับมาสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสายสามัญที่จังหวัดระนอง ทางโรงเรียนแจ้งว่า ไม่รับ เพราะหน่วยกิตไม่ครบ
ประโยคเด็ดที่สุดที่จำได้เลย คือ “ถ้าไม่มีที่เรียนก็ไปเรียน กศน. ซะ”

จากวันนั้นผมเลยตั้งใจว่า ผมจะต้องสำเร็จให้ได้ คนที่เรียน กศน. ไม่ได้หมายความว่าเป็นเด็กไม่ดีเสมอไปหรอกครับ
แต่คนส่วนใหญ่อาจจะมองแบบนั้น ทำให้เราไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร มีเพื่อนผมหลายคนครับที่อยากจะเรียนต่อ แต่เพราะติดปัญหาในหลายๆด้าน
เรียน กศน. ต่างจาก เรียนในโรงเรียนสายสามัญ อย่างไร :
ความแตกต่างนั้น กศน. กับ โรงเรียนสายสามัญ แตกต่างกันมากครับ สิ่งที่ผมได้จากการเรียน กศน. คือ ส่งรายงาน เข้าอบรม ทำให้ถ้าอยากเรียนอะไร หรืออยากรู้อะไรต้องขวนขวายมากกว่าในโรงเรียนสายสามัญ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ถ้าเราไม่ขวนขวายมันก็ไม่สำเร็จหรอกครับ ผมเชื่ออย่างนั้น
ทำไมอยากเรียนแพทย์ :
ไม่รู้จะโลกสวยไปมั้ย ถ้าจะบอกว่า ผมอยากช่วยเหลือคนอื่น ผมเคยลำบากครับ เคยไม่มีที่จะเรียน เคยไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือ ผมคิดว่า ผมเข้าใจความรู้สึกพวกนั้น อีกอย่างคือ ตอนที่ผมไปเรียน กศน. พ่อแม่เสียใจมาก ผมอยากจะทำให้ท่านดีใจสักครั้ง
4 อันดับใน กสพท. เลือกอะไรบ้าง :
อันดับ 1 วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (ได้ที่นี่ครับ)
อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อันดับ 3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อันดับ 4 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คะแนน 7 วิชาสามัญ และ คะแนนวิชาเฉพาะ กสพท. ได้เท่าไหร่ :
คะแนน 7 วิชาสามัญ ได้
– คณิตศาสตร์ 60 คะแนน
– สังคมศึกษา 40 คะแนน
– ภาษาไทย 78 คะแนน
– ภาษาอังกฤษ 55 คะแนน
– เคมี 70 คะแนน
– ชีววิทยา 65 คะแนน
– ฟิสิกส์ 64 คะแนน
คะแนนวิชาเฉพาะ กสพท. ได้ 20.6111 %
รวมได้ 63.5444 %
เคยสมัครสอบรับตรงอะไรมาบ้าง :
สมัครโครงการรับตรง KU Admission ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ครับ มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ ครับ
เตรียมตัวสอบอย่างไร :
ก็มีไปติวเนื้อหาแต่ละวิชาครับ แล้วมาตะลุยโจทย์เอง วันนึงถ้าไม่ได้ไปไหนจะพยายามอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมง ถ้าเหนื่อยหรืออ่านไม่รู้เรื่องแล้วจะพักหาอะไรทานหรือไม่ก็เติมกำลังใจให้ดีขึ้นก็กลับไปอ่านต่อครับ พอช่วง 1 เดือนก่อนสอบจะเก็บรายละเอียดเท่าที่จะทำได้ครับ แล้วในหนึ่งอาทิตย์จะมีวันว่างหนึ่งวันครับ

นอกจากอ่านหนังสือแล้ว ชอบทำอะไร ทำกิจกรรม ทำงาน หรือมีความชอบความสนใจ ในเรื่องอะไรบ้าง :

ปกติชอบดูหนัง ฟังเพลง ร้องเพลงเหมือนวัยรุ่นทั่วไปครับ แล้วจะมีไปช่วยงานสังคมบ้าง เช่น จัดงานเลี้ยงเด็กกำพร้า ช่วยครอบครัวคนแคระ ครับ
รู้สึกกดดันหรือได้รับแรงกดดันอะไรบ้าง จากที่เราเรียน กศน. แล้วอยากสอบเข้าแพทย์ให้ได้ และจัดการกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร :
แรงกดดันมีพอสมควรครับ จากสิ่งรอบข้าง บางคนไม่เข้าใจสิ่งที่เราเลือก บางคนบอกเราคงทำไม่ได้ แต่ผมไม่ได้สนใจความคิดของพวกเขาครับ ผมรู้แค่ว่าผมต้องทำอะไรแล้วทำให้ดีที่สุด ถ้าพวกเขาเหนื่อยพวกเขาคงจะหยุดกันไปเอง จะทำได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่าครับ

โดยก้องวิทย์นะที่มีการวางแผนการสอบเรียนต่อของตัวเองโดยตั้งใจว่าจะสอบแพทย์มาตั้งแต่ต้นและวางแผนในเรื่องของการศึกษาด้วยความมีระเบียบทางการเรียนและการอ่านหนังสือหรือจุดใดหากขาดก็จะหามาเพิ่มเติมและเน้นไปติวที่วิชาสามัญแทนซึ่งกศนนั้นก็จะมีบางวิชาบ้างก็ไม่มีในบางวิชาแต่สำหรับการเรียนต่อแพทย์นั้นไม่ได้ติวเพิ่มแต่อย่างใดแต่อาศัยการศึกษาข้อสอบในปีก่อนๆมาเก็งข้อสอบเอาเองโดยเชื่อว่าทุกอย่างนั้นจะอยู่ในวิชาที่มีการเรียนการสอนจนในที่สุดก็สามารถสอบเข้ากลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยจากที่มีผู้สอบประมาณ 30000 คนแต่รับเพียงแค่ 1300 คนเท่านั้นโดยน้องวิทย์ก็สามารถสอบสอบติดอันดับแรกที่เลือกไว้ได้นั่นก็คือ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฏ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแพทย์ทหารนั้นเอง

อยากจะฝากอะไรถึงเพื่อนๆ น้องๆ ที่เรียน กศน. แล้วอยากสอบแพทย์ รวมถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัย :
สิ่งที่อยากฝากคือ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกครับ ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ สำหรับน้องคนไหนที่มีความฝันไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าใครจะพูดยังไงไม่สำคัญ มันอยู่ที่ตัวน้องครับ แค่กำหนดเป้าหมายแล้วลงมือทำ ความฝันไม่จำเป็นต้องตรงใจใคร ขอแค่มันตรงใจเราก็พอ
ถ้าจะให้คนอื่นๆจดจำได้ อยากให้คนอื่นๆจดจำในฐานะอะไร หรือ ในรูปแบบไหน :
ผมคงไม่ขอให้จดจำผมว่าเป็นใครหรอกครับ ผมหวังแค่ สำหรับน้องที่พยายามจะทำตามความฝัน ถ้าน้องท้อหรือไม่มีกำลังใจ เรื่องของพี่อาจจะพอช่วยน้องได้บ้าง ขอบคุณครับ

“ในสังคมนี้อาจจะมีคนเก่งเยอะมากแล้ว และตัวผมเองนั้นเคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังจนต้องเสียน้ำตามาแล้วหลายครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้และต่อไปในอนาคต จะมีแต่ความภาคภูมิใจ ความยินดี ที่ผมจะเป็นคนดีและคนเก่งสำหรับพ่อและแม่ของผมครับ” วรวิทย์กล่าวทิ้งท้าย

เด็กที่ไม่ได้มีการศึกษาเพียบพร้อมเท่าคนอื่นอาจจะได้กว่าเขานั้นก็สามารถทำตัวเองนั้นผลักดันสอบติดคณะที่ใครหลายคนใฝ่ฝันได้เป็นที่สำเร็จ ซึ่งทุกอย่างนั้นเรียกว่าอยู่ที่ความตั้งใจโดยล้วนโดยสิ่งนี้ก็ทำให้เห็นว่าแม้จะเรียนที่ไหนก็ได้แต่ถ้าหากมีความตั้งใจก็สามารถเรียนได้ตามที่ฝันโดยสิ่งที่ทำให้สู่ความสำเร็จได้ด้วยความพยายามนั่นเอง

กทม เสนอให้บังคับ! รถมอเตอร์ไซค์ วิ่งได้ไม่เกิน 50 กม. / ชม. หวังช่วยลดอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุต่าง ๆ ในช่วงเวลาเทศกาลหรือช่วงเวลาปกติ มีข้อมูลและสถิติที่ยืนยันตรงกันว่า ส่วนใหญ่เกิดจาก ‘จักรยานยนต์’ หรือ ‘รถมอเตอร์ไซค์’ นั่นเองซึ่งเป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวัง การบาดเจ็บระดับชาติ ในปี พ.ศ. 2557 พบว่า รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บสูงสุด ร้อยละ 83.20 รองลงมาคือ รถกระบะ ร้อยละ 6.56 และรถจักรยานและสามล้อ ร้อยละ 2.91 ในกลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่สมหมวกนิรภัยบาดเจ็บรุนแรง 87.32 แยกเป็นผู้ขับขี่ ร้อยละ 86.13 และผู้โดยสารร้อยละ 93.96 นอกจากนั้น จากข้อมูลการบาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด จะพบการสูญเสียในกลุ่มวัย 15-19 ปี ซึ่งเกิดจากการใช้รถมอเตอร์ไซค์

ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน รายงานอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ในปี พ.ศ.2558 พบว่า รถมอเตอร์ไซค์ เป็นยานพาหนะ ที่เกิดจากการบาดเจ็บร้อยละ 83 และเสียชีวิตร้อยละ 64

ซึ่งวันนีิ้ในการประชุมสภากทม. เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกทม. 2 นายพรเทพศิริวนารังสรรค์สมาชิกสภากทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการเก็บกู้เงินและเสียชีวิตจากการเดินทางไปตามถนนในกรุงเทพฯได้รับรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมว่า

ในปี 2561 พื้นที่กรุงเทพฯมีผู้เสียชีวิตจากการเดินทางไปท้องถนน 621 รายได้หรือเงินชดเชย 2 รายได้ต่อวันโดยผู้เสียชีวิต 98.71 คณะกรรมการผู้จัดการการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและข้อเสนอการพัฒนาระบบการ การย้ายส่งต่อผู้ขับขี่, ใช้กล้องซีซีทีวีที่คมชัดเพื่อบังคับใช้กฎหมายทางอิเล็กทรอนิกส์, การปรับปรุงถนนให้ปลอดภัย, จัดให้มีการใช้ทางวิชาการ ใช้ถนนอย่างปลอดภัยบรรจุในหลักสูตรของสถานศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล, สนับสนุนให้เกิดการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยกทม. ตั้งงบจัดซื้อรถจักรยานยนต์ใช้น้ำมันคืนจากประชาชนเป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบความเร็วรถในเมืองที่มีขนาดไม่เกิน 60 กม. / ชม. รถลากจูงไปได้ 45 กม. / ชม 50 กม. / ชม รถยนต์ที่ได้รับ 80 กม. / ชม และให้การติดตั้งกล้องซีทีวีทีวีรับสัญญาณการประชุมทางไกลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่ชัดเจนโดยส่งให้ฝ่ายบริหารกทม. ดำเนินการต่อไป

รถมอเตอร์ไซค์ เป็นยานพาหนะยอดฮิตคู่ใจวัยรุ่นเพราะสะดวก ว่องไว แต่เป็นยานพาหนะที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บใดๆ ให้ผู้ขับขี่และเป็นผู้โดยสาร เปรียบเสมือน “เนื้อหุ้มเหล็ก” และเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมเกิดการบาดเจ็บได้เสมอ ไม่ว่าจะบาดเจ็บเล็กน้อยหรือรุนแรงที่สุด คือ เสียชีวิต
ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ พบว่า กลุ่มอายุ 15-19 ปี เกิดอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์มากที่สุด และส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย เช่นเดียวกับข้อมูลการสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ และเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนน ที่พบว่า ในปี 2557 การสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มวัยรุ่นทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีเพียงร้อยละ 24

พฤติกรรมเสี่ยงภัยอุบัติเหตุ
อุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลของวันหยุดยาว หรือช่วงเวลาปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่เอง คือ
1.เมาแล้วขับ หรือมีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
2.แว้น ซิ่ง ขับรถเร็ว ด้วยความคึกคะนอง
3.ไม่สวมหมวกนิรภัย
4.ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด
5.เล่นมือถือขณะขับขี่

ความสูญเสียที่เกิดจาก เมา แว้น

รถมอเตอร์ไซค์สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนไปในทางเลวร้ายได้ง่ายมาก เพราะอุบัติเหตุแต่ละครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…..
1.บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ต้องรักษาตัว ต้องหยุดเรียน
2.บาดเจ็บรุนแรง อาจต้องสูญเสียอวัยวะ กลายเป็นคนพิการ หรือกลายเป็นอาชญากรในชั่วพริบตา ทำให้สูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ อยู่ในสังคมได้ยาก
3.เสียชีวิต หนักสุด รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ค่าชีวิตผู้เป็นเจ้าของไปอย่างไม่ปรานี

ขับขี่แบบไหน ปลอดภัยกับชีวิต
ก่อนสตาร์ท
1.งดดื่มสุราก่อนขับขี่
2.ตรวจเช็คเลขทะเบียนท้ายรถ ป้ายวงกลม และพกใบอนุญาตขับขี่ทุกครั้ง เพื่อใช้แสดงข้อมูลของรถต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร
3.ตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมขับขี่
4.สวมหมวกนิรภัยก่อนขับขี่ทุกครั้ง
5.แต่งกายด้วยเสื้อผ้า ถุงเท้า ร้องเท้า ให้รัดกุม เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังถลอก หรือเป็นแผลเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
ขณะขับขี่
1.ไม่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูง
2.ไม่บรรทุกสิ่งของหรือผู้โดยสารน้ำหนักมากเกินไป เพราะรถจะเสียการทรงตัว
3.ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
4.ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
ขับขี่ปลอดภัย มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง

พุธนี้ที่ ‘วัดท่าไม้’ เลี้ยงทุเรียน กินฟรี ๆ ไม่มีอั้น ไม่อิ่มไม่ต้องกลับบ้าน

ข่าวดีสำหรับชาวแฟนพันธุ์แท้ทุเรียน เมื่อวัดท่าไม้ใจป้ำในวันแรงงานที่ 1 พ.ค.นี้ จัดเลี้ยงทุเรียน กินแบบฟรี ๆ ไม่มีอั้น ไม่อิ่มไม่ต้องกลับบ้านกันเลยทีเดียว
โดยเพจดัง ‘วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร’ ได้โพสต์เชิญชวนแฟนพันธุ์แท้คนรักทุเรียน มากินทุเรียนแบบฟรี ๆ ในวันแรงงานแห่งชาติ
โดยมีข้อความว่า

“#ไม่อิ่มไม่ต้องกลับ มากันทั้งบ้าน ขนกันมาทั้งจังหวัด วัดท่าไม้ ตอบแทนคุณแผ่นดิน สุขใดจะเท่ากับเห็นรอยยิ้ม ของประชาชน ทุกคนต้องอิ่มไม่หิว มีความสุขกลับไป ไทย พม่า มอญ กระเหรี่ยง เขมร จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง ลาว มาเล ฮ่องกง เวียดนาม และอีกหลายประเทศ ทานฟรี#”

นอกจากนี้แพริมน้ำ ยังมีอาหารเครื่องดื่มทุกอย่าง ผลิตภัณฑ์ ลด10% ซื้อของฝากแสนอร่อย พืชผักผลไม้ ไข่ไก่สดๆจากฟาร์ม ถูกสุดๆ ได้บุญอิ่มใจ #ทานฟรี และมีขนมจีนแกงไก่ น้ำพริก น้ำยาปลาแสนอร่อย ผักนานาชนิด และทานทุเรียนฟรี ทุกทานได้เต็มอิ่มให้ได้รับประทานฟรีตลอดวันแรงงานแห่งชาติ
โครงการวัดท่าไม้แทนคุณแผ่นดิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวง ร.9 และ ร.10 และช่วยลดภาระพี่น้องประชาชน พี่น้องแรงทุกท่าน ที่ได้ร่วมทำงานเสียภาษี ช่วยประเทศชาติทำงานมา และยังท่องเที่ยวสะสมบุญกราบพระนิพพาน ศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระพุทธบัญชรฯ พระธัมจักรแก้ว พระเจ้าน้ำเงินน้ำทอง และขอพรหลวงปู่รุ่ง ถวายสังฆทาน สร้างบารมี

รับพระจากพระอาจารย์ ให้โชคดี ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง มีสุข อิ่มบุญ อิ่มใจทั้งครอบครัว ได้เที่ยวตลาดน้ำพาเพลิน แวะชิมของอร่อย ซื้อของฝาก ผลิตภัณฑ์สมุนไพร “รมายา” (พร้อมรับแจกวัตถุมงคลติดรถไว้ ) #จากคณะสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกา กรรมวัดท่าไม้#

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตแชร์ไปแล้วกว่า 12,000 แชร์, ไลค์ไปแล้วกว่า 9พันไลค์ และแสดงความเห็นบนโพสต์ดังกล่าวถึง 1,800 คอมเม้นท์ พูดได้เลยว่างานนี้ คนแน่นวัดแน่นอน ถ้าใครอยู่ใกล้ ๆ หรืออยากไปร่วมงานครั้งนี้ คงต้องวางแผนล่วงหน้ากันยาว ๆ เพราะเชื่อว่า คนจะแห่ไปหลายหมื่นคนแน่นอน

หนุ่มโคราชหอบลูก ขับรถอีแต๋น ไปเชียงใหม่ ตามหาเมีย

โลกโซเชี่ยลแห่แชร์ภาพชายยืนข้างรถอีแต๋น พร้อมป้ายไวนิลติดข้างรถว่า “จากนครราชสีมา ไปเชียงใหม่ ตามหาเมียที่หนีตามชู้ไป ” กลายเป็นกระแสในโลกออกไลน์ตอนนี้ถึงเรื่องราวของหนุ่มโคราชรายนี้ พร้อมลูก ออกเดินทางตามหาภรรยา ซึ่งเพจ กู้ภัยสว่างคุณธรรม เป็นผู้โพสต์เรื่องดังกล่าสว พร้อมทั้งข้อความระบุว่า

ชัยภูมิ 29 เม.ย.62 ชายหนุ่มผู้จากบ้านจาก จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ผ่านจังหวัดชัยภูมิ เพื่อที่จะไปตามหาภรรยา เดินทางพร้อมลูก โดยขับรถไถพ่วง เขียนป้ายข้างรถระบุชัดเจน จากนครราชสีมา ไป เชียงใหม่ ไปตามหาเมีย เมียผมหนีไปอยู่กับชู้ โดยระบุชื่อเมียตามด้านข้างของรถ แอดขอเป็นกำลังใจให้พี่และลูก เพื่อตามหาภรรยาด้วยนะคะ

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวเมื่อเวลา 14.00 น. ได้มีผู้แชร์ไปกว่า 1,600 คน และยอดไลค์กว่า 6,000 คน และยังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ
ซึ่งมีการแสดงความติดเห็นเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าว อย่างมากมาย ไปดูตัวอย่างบางส่วนบางตอน ของความเห็นบนโลกโซเชียลกันครับ

แจกวิธีเพาะ ‘เลี้ยงกบนา’ เลี้ยงง่าย โตไว ขายได้ราคาดี

ปัจจุบันหลายคนหันมาสนใจทำเกษตร บ้างก็เลี้ยงสัตว์ บ้างก็หันมาปลูกพืช วันนี้เราจะขอยกตัวอย่าง เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงสัตว์ชนิดหนึ่งที่ทำเงินและการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก นั่นคือ การเลี้ยงกบนา นั่นเอง และเกษตรกรตัวอย่างวันนี้คือ คุณสุจินต์ แสงแก้ว เป็นชาวตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เดิมมีอาชีพทำนาและทำสวน ด้วยมีความสนใจในการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (กบ) จึงได้เข้ารับการอบรมการเลี้ยงกบนาจากศูนย์การศึกษาห้วยฮ่องไคร้ฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 และได้รับปัจจัยการผลิตเป็นวัสดุในการก่อสร้างบ่อกบเป็นบ่อซีเมนต์ จำนวน 2 บ่อ และปัจจัยการผลิตชนิดอื่นๆ

ซึ่งบ่อกบได้สร้างไว้ในบริเวณบ้านพักอาศัยพื้นที่ประมาณ 2 งาน โดยเริ่มแรกเลี้ยงกบนา เนื่องจากได้ไปอบรมในการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงกบนากับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ และได้ปัจจัยในการผลิตมา จึงได้พยายามเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์มาเรื่อยๆ และเมื่อมีจำนวนมากขึ้น คุณสุจินต์ จึงได้แจกพันธุ์ฟรีให้แก่ชาวบ้าน แล้วต่อมาได้มีการบอกต่อๆ กัน จึงได้มีการขยายพันธุ์กบต่อมา

คุณสุจินต์หันมาขายลูกกบหรือพันธุ์กบระยะ 2-3 เดือน ราคาตามขนาด ซึ่งระยะแรกได้ขายปลีกให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้านและในตำบล ต่อมาขยายเป็นเครือข่ายและได้ตั้งกลุ่มเลี้ยงกบนาในตำบลป่าเมี่ยง หากกบไม่เพียงพอจะให้ลูกสมาชิกภายในกลุ่มรวบรวมและจัดส่งให้แก่ลูกค้า ซึ่งในการจำหน่ายพันธุ์กบจะมีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร และราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับปริมาณที่สั่งซื้อ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นอำเภอใกล้เคียง ต่างอำเภอและจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดลำพูน เชียงราย ลำปาง พะเยา เป็นต้น

กบนา หรือกบพื้นเมือง พบอาศัยอยู่ทั่วไปในธรรมชาติของทุกภาคในประเทศไทย ลักษณะผิวด้านหลังมีสีน้ำตาลจุดดำ ผิวหนังขรุขระมีรอยย่น ที่ริมฝีปากมีแถบดำ ใต้คางมีจุดดำ หรือแถบลายดำ เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนัก 200-400 กรัม “กบนาตัวเมีย” มีขนาดโตกว่าตัวผู้ ตัวเมียพร้อมที่จะผสมพันธุ์ท้องจะมีลักษณะอูมเคลื่อนไหวช้าและข้างลำตัวจะมีตุ่มเมื่อคลำดูมีลักษณะ สากมือ ตุ่มที่ด้านข้างลำตัวแสดงถึงความพร้อมของตัวเมีย “กบนาตัวผู้” มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีน้ำหนัก 150–250 กรัม เมื่อโตเต็มที่และพร้อมที่จะผสมพันธุ์จะมองเห็นถุงเสียง เป็นรอยย่นสีดำที่ใต้คาง

ถุงเสียงเกิดจากการที่กบนาตัวผู้ส่งเสียงร้องเรียกตัวเมียในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้พร้อมที่จะผสมพันธุ์ในช่วงนี้ลำตัวจะมีสีเหลือง นิ้วเท้าด้านหน้าจะมีตุ่มที่ขยายใหญ่ขึ้น มองเห็นได้ชัดเจน ตุ่มมีประโยชน์ในการใช้เกาะตัวเมียและตุ่มนี้จะหายไปในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์

โดยธรรมชาติ กบจะอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ เช่น ลำห้วย หนอง คลอง บึง และท้องนา กบจะกินปลา กุ้ง แมลง และสัตว์ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหาร กบจะผสมพันธุ์กันในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตกหนักมากๆ ส่วนมากจะผสมพันธุ์กันในช่วงกลางคืน และจะเริ่มวางไข่ตอนเช้ามืด ตามแหล่งน้ำไม่ลึกมากนัก ประมาณ 10-20 ซ.ม. หรือตามป่าหญ้าที่มีน้ำขังไม่สูงมากนัก แม่กบจะทิ้งไข่ไว้ ให้ฟักเองโดยธรรมชาติ หลังจากนั้นประมาณ 24 ชั่วโมง ไข่จะเริ่มฟักออกเป็นตัว แต่ยังไม่เป็นกบเลย จะเป็นลูกอ๊อดก่อน

ลักษณะลูกอ๊อดจะมีหางและยังไม่มีขา คล้ายๆ กับลูกปลา เมื่อลูกอ๊อดอายุได้ประมาณ 15 วัน ก็จะเริ่มมีขาหลังงอกออกมาทั้ง 2 ข้าง ต่อจากนั้นอีกประมาณ 7 วัน จึงจะเริ่มมีขาหน้างอกออกมา และหางก็จะเริ่มหดหายไปเองภายใน 30 วัน กบก็จะเริ่มขึ้นมาอยู่บนบก กบจึงได้ขื่อว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แต่ส่วนใหญ่แล้วกบจะใช้ชีวิตอยู่บนบกเสียมากกว่าอยู่ในน้ำ กบจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน กว่าจะโตเต็มไว ที่น้ำหนักตัวประมาณ 4-5 ตัว ต่อกิโลกรัม (กบนา) และจะพร้อมผสมพันธุ์ เมื่ออายุได้ประมาณ 8-12 เดือน

บ่อเลี้ยง “กบนา” ทำอย่างไร?

สำหรับบ่อเลี้ยงกบนา สามารถทำได้หลายแบบ ได้แก่ บ่อซีเมนต์ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2.0×2.5×1.2 เมตร ถึง 3.0×4.0×1.0 เมตร ขอบบ่อสูง 1 เมตร พื้นที่บ่อมีลักษณะขัดเรียบมีทางระบายน้ำออกและควรมีหลังคาคลุมด้วยซาแรน เพื่อป้องกันแดดที่ร้อนจัดเกินไป และมีพลาสติกใสใช้ป้องกันฝนที่ตกลงในบริเวณบ่อในช่วงฤดูฝน และพลาสติกใสนี้ยังสามารถใช้คลุมบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูหนาว ในขณะที่พ่อแม่พันธุ์พักตัวได้เช่นเดียวกัน นอกจากนิยมเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์แล้วยังสามารถเลี้ยงกบนาได้ในบ่อดินแบบชั่วคราวหรือเลี้ยงในกระชัง หรือถังซีเมนต์กลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เมตร สูง 1 เมตร

กบนาสามารถขยายพันธุ์ได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนกันยายน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการและความพร้อมของพ่อแม่พันธุ์ การขยายพันธุ์สามารถทำได้ทั้งโดยวิธีธรรมชาติและการใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ฉีดกระตุ้น “การผสมโดยวิธีธรรมชาติ” พ่อแม่พันธุ์ควรมีอายุครบ 1 ปี ให้สังเกตความพร้อมจากลักษณะที่กล่าวไว้ในข้างต้น

บ่อขยายพันธุ์สามารถใช้บ่อเลี้ยงทำการขยายพันธุ์โดยการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ ในอัตรา 1 คู่ ต่อ 1 ตารางเมตร พ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์จะจับคู่และวางไข่ในอัตราวางไข่ 1,500-3,000 ฟอง ต่อครั้ง ระยะการฟักไข่กลายเป็นลูกอ๊อดใช้เวลา 24-36 ชั่วโมง ลูกอ๊อดพัฒนาไปเป็นลูกกบใช้เวลา 28-45 วัน และ “การผสมโดยการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์” ทำได้โดยการเตรียมบ่อและพ่อแม่พันธุ์โดยวิธีเดียวกัน จากนั้นนำพ่อแม่พันธุ์มาฉีดกระตุ้น อัตราการเลี้ยงและการอนุบาล ลูกอ๊อดเลี้ยงในอัตรา 1,000-1,500 ตัว ต่อตารางเมตร ลูกกบเล็ก 200-300 ตัว ต่อตารางเมตร กบรุ่น 100-120 ตัว ต่อตารางเมตร กบพ่อแม่พันธุ์ 50-80 ตัว ต่อตารางเมตร

อาหารที่ใช้เลี้ยงกบนาเชิงพาณิชย์
แบ่งออกเป็นอาหารสำเร็จรูปและอาหารจากธรรมชาติ อาหารสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาดุก เริ่มต้นจากอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาดุกวัยอ่อนชนิดเม็ดเล็กพิเศษ อาหารเลี้ยงปลาดุกรุ่นสำหรับกบเล็กไปจนถึงอาหารเลี้ยงปลาดุกใหญ่ สำหรับกบเนื้อและพ่อแม่พันธุ์ ส่วนอาหารจากธรรมชาติสามารถใช้เป็นอาหารเสริมโปรตีนจะลดต้นทุนในการผลิตแต่การเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติจำเป็นจะต้องฝึกให้ลูกกบกินอาหารสำเร็จรูปก่อน มิฉะนั้นกบจะไม่กินอาหารสำเร็จรูป

ถ้าในกรณีที่ไม่มีอาหารจากธรรมชาติ อาหารธรรมชาติเหล่านี้ประกอบด้วย ปลวก ไส้เดือน ไรแดง และแมลง เป็นต้น สำหรับโรคและศัตรู โรคทั่วไปและระบาดที่พบในกบทั้งสองชนิดเกิดจากแบคทีเรียที่มากับน้ำ ได้แก่ โรคขาแดงหรือบวมน้ำ แผลที่เกิดจากเชื้อรา และโรคหางขาวในลูกอ๊อด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เช่น ในช่วงมีฝนตกหนักมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน น้ำที่ใช้เลี้ยงสกปรก และในกรณีที่มีน้ำหลาก เลี้ยงในปริมาณที่หนาแน่นเกินไป หรืออาหารที่ใช้เลี้ยงไม่เหมาะสมทำให้กบเกิดอาการเครียด

การดูแลบ่อกบนา

ในการป้องกันรักษา ทำความสะอาดบ่อฆ่าเชื้อโรคและพักบ่อโดยการตากแดดเป็นครั้งคราว ใช้ปูนขาว ฟอร์มาลีน 10% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดพื้นบ่อ และใช้ด่างทับทิมผสมในน้ำที่ใช้เลี้ยงกบเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มากับน้ำในบ่อเลี้ยงลูกอ๊อดและกบระยะต่างๆ ปรับสภาพน้ำโดยการใช้คลอรีนผงชนิดเจือจางในน้ำที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ หรือใช้ยาปฏิชีวนะ ยาซัลฟารักษาโรคติดเชื้อเป็นครั้งคราว และวิตามินเสริมฟร็อก 100 หรือ ฟร็อก 200 เป็นต้น

เทคนิคเลี้ยงกบนาให้รอด!

เทคนิคการเลี้ยงกบนาของคุณสุจินต์ มีวิธีการเลี้ยงกบนาให้ได้ลูกกบรอดตายจำนวนมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ น้ำต้องสะอาด มีการเปลี่ยนน้ำอยู่เสมอ และหมั่นสังเกตว่ากบมีโรคหรือบาดแผลหรือไม่ หากมี ให้แยกกบที่ป่วยออกจากบ่อ เพื่อรักษาก่อน เนื่องจากกบอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้มีการติดเชื้อได้ง่าย

ส่วนในการขยายพันธุ์กบ คุณสุจินต์ แนะนำว่าควรใช้กบนาที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป มาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ (สิ่งที่สำคัญควรเปลี่ยนพ่อแม่พันธุ์ทุกปีจะดีที่สุด) โดยคัดเลือกแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ และมีความพร้อมในการผสมพันธุ์ จะช่วยให้กบมีไข่และน้ำเชื้อที่แข็งแรง ส่วนบ่อเพาะพันธุ์จะใช้บ่อซีเมนต์หรือบ่อดินก็ได้

เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์ุและควรคัดเลือกกบมีความพร้อม โดยในช่วงเย็นปล่อยให้พ่อแม่พันธุ์ลงเลี้ยง จำนวนพ่อแม่พันธุ์แล้วแต่ความเหมาะสม (ขึ้นอยู่กับขนาดบ่อ) พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศในการผสมพันธุ์ คือนำผักตบชวาหรือผักบุ้ง ใส่ลงในบ่อ ใช้สปริงเกลอร์หรือสายยางทำเหมือนฝนตก ตกเย็นกบจะเริ่มจับคู่กันเองและวางไข่ในตอนเช้ามืด แล้วจึงนำพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อในตอนเช้ามืด ไข่จะฟักเป็นลูกอ๊อดภายใน 24 ชั่วโมง 2-3 วันแรกไม่ต้องให้อาหาร ให้ไข่แดงเป็นอาหาร

หลังจากนั้นจึงเริ่มให้อาหารสำเร็จรูป (อาหารลูกอ๊อด) ประมาณ 30-40 วัน จึงเริ่มจำหน่ายเป็นพันธุ์กบ (ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกกบกินอาหารเก่งขึ้น) ทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเพาะพันธุ์กบนาเพื่อจำหน่ายลูกกบ ซึ่งมีต้นทุนน้อย แต่ได้ราคาดี

เทคนิคการเลี้ยงกบนาให้แข็งแรง ที่แตกต่างจากการเลี้ยงกบเกษตรกรรายอื่นคือ คุณสุจินต์จะเลี้ยงใต้ถุนบ้าน และเลี้ยงในนาข้าว ก่อนการทำนา หากเพาะพันธุ์กบในนาข้าว จะสามารถลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยในนาข้าว เนื่องจากมูลกบที่เหลือจากการเพาะพันธุ์กบจะเป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าว

คุณสุจินต์ ทำการเกษตร ภายใต้แนวคิดที่ว่า ใช้แรงงานน้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูง นับว่าคุณสุจินต์ เป็นเกษตรตัวอย่างอย่างแท้จริง มีประสบการณ์สิบกว่าปีในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตร และเยาวชนมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

สรุปเคล็ดลับการเลี้ยงกบนา

ทำเลบ่อกบต้องอยู่ที่โล่งแจ้ง และ ตองหมั่นคัดสายพันธุ์กบอยู่เสมอ ที่สำคัญในการเลี้ยงกบ ต้องมีใจรักและเข้าใจในพฤติกรรมของกบ รวมทั้งหมั่นดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ และในการประกอบอาหาร เมนูที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะภาคเหนือ ได้แก่ แกงแคกบ กบทอด ยำกบ กบทอดกระเทียม ผัดเผ็ดกบ กบยัดไส้ทรงเครื่อง เป็นต้น ล้วนเป็นอาหารเลิศรสของคนภาคเหนือที่นิยมรับประทานในครอบครัวหรือเวลามีเทศกาลหรืองานเลี้ยง ประเพณีต่างๆ ของชาวล้านนา

ปาฏิหาริย์ ‘ตะกรุดชายผ้าถุงแม่’ ของขลังสิ่งมงคลที่ไม่ต้องผ่านการปลุกเสก ศักดิ์สิทธิ์มาก

ซึ่งตามพระพุทธศาสนาและความเชื่อของคนไทย ที่มีมานานมาก พ่อแม่คือพระพุทธที่ประเสริฐที่สุดในบ้านถ้าหากเปรียบได้นั้นพ่อแม่ก็เหมือนพระในบ้านซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้บูชาสำหรับลูกๆเป็นผู้ที่มีประเสริฐที่ยอมทำทุกอย่างด้วยความรักและปรารถนาดีจากนั้นพ่อแม่ถือเป็นพระองค์แรกที่ลูกควรจะยกมือไหว้บูชาด้วยความเต็มใจอย่างแท้จริง ทุกคนเคยสังเกต ? ไหมว่าในสมัยก่อนนั้นก่อนที่ชายแท้จะออกไปรบในสมัยโบราณ ซึ่งในสมัยนั้นจะมีความเชื่อว่าถ้าหากขอเศษผ้าถุงแม่หรือชานหมากของพ่อมาติดตัวได้สิ่ง 2 อย่างนี้จะคุ้มครองไทยและนี่ก็คือสองสิ่งที่ถือเป็นเครื่องรางที่ดีเป็นตัวแทนของพ่อและแม่อย่างเช่นในยุคปัจจุบันก็ยังมีความเชื่อถือเศษผ้าถุงแม่ที่สามารถช่วยป้องกันภัยต่างๆได้

(พระอาจารย์ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ ผู้เล่าเรื่องผ้าถุงแม่)

แม้ทุกวันนี้ ทหารไทยยามออกรบ หรือแม้แต่เดินทางไกล ประกอบอาชีพอื่นใดก็ตาม เครื่องรางผ้าถุงแม่ ก็ยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเรื่องที่สร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้จริงเสมอ ดังเช่นเรื่องที่พ่อครูศิริพงษ คุรุพันธกิจ เล่าไว้เมื่อปี 2553 ความว่า

เราพร่ำสอนลูกทุกคนเสมอให้กระทำกตเวทิตาแก่พระในบ้านให้มากๆ เราเตือนลูกทุกคนให้หยุดแสวงหาพระดีอาจารย์ขลังนอกบ้านเพราะพระที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สูงที่สุดมีพรอันเป็นมงคลที่ประสาทครั้งใด ก็นำความสำเร็จสมปรารถนาอย่างมั่นคงให้ลูกทุกคนโดยมิได้หวังลาภสักการะ สินจ้าง รางวัล จากผู้บูชาคือลูกเลย ใจของพ่อใจของแม่มีแต่ตั้งความหวังให้ลูกมีความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

วันนี้เราขอนำตัวอย่างผู้บูชาพ่อบูชาแม่แล้วประสบความเจริญรุ่งเรืองไม่เคยพบอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ประกอบอาชีพด้วยตัวคนเดียวพลัดบ้านพลัดเมืองไปอยู่ต่างแดน แต่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นประสบพบสังคมที่ดีมีหมู่มิตรให้การสนับสนุนช่วยเหลือ

เมื่อประมาณ ๖ ปีที่แล้ว เรามีโอกาสพบเด็กหนุ่มคนหนึ่งจบการศึกษาปริญญาตรีเอกบรรณรักษ์ เป็นเด็กที่มีอัธยาศัยดีเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน หนุ่มนายนี้มีครอบครัวเป็นหลักฐาน ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนได้เลื่อนขั้นเป็นหน้าห้องของปลัดกระทรวง มีนิสัยขยันหาขยันเก็บ วันหยุดก็จะไปเปิดท้ายรถขายของ วันหนึ่งเบื่อชีวิตข้าราชการต้องการทำงานอิสระเพราะชอบค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอดีมีผู้มาติดต่อให้ไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศ หนุ่มรายนี้ตัดสินใจลาออกจากราชการทันที

ก่อนออกเดินทางเขาเข้าไปกราบแม่ขอให้แม่อวยพรให้ประสบความสำเร็จ เขาออกปากขอชายผ้าถุงแม่ไปเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกแล้วฉีกชายผ้าของแม่ติดตัวไป เขาทำหน้าที่ผู้จัดการร้านอาหารได้ปีเศษมีคนบอกขายกิจการร้านอาหารไทยให้ เขาตกลงซื้อทันทีด้วยความขยันวางแผนการจัดการเป็น เขาลงมือทำเองทุกอย่าง จ่ายวัตถุดิบเอง ปรุงอาหารเอง อบรมกิริยามารยาทพนักงานต้อนรับในร้านด้วยตนเอง เขาประสบความสำเร็จเพียงเวลา 3 ปี เขาสามารถส่งเงินมาดูแลแม่ รักษาภรรยาที่ป่วยด้วยโรคร้าย ส่งเงินให้แม่ซื้อที่ดินพร้อมปลูกบ้านหลังงามที่เมืองไทยได้ ซื้อบ้านที่อเมริกาได้อีก 1 หลัง ปัจจุบันภรรยาที่เมืองไทยเสียชีวิตด้วยโรคร้ายเขามีภรรยาใหม่ที่ต่างแดน อาชีพภรรยาก็มั่นคง เขาได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดาย ไม่ต้องจ้างใครรับรอง ไม่ต้องอยู่อย่างหลบเลี่ยง จะคิดทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แม่ที่อยู่เมืองไทยก็มีความสุขจากการส่งเสียดูแลเป็นอย่างดีจากเขา

เขาโทรหาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่เมืองไทยเป็นประจำ เพื่อนทุกคนถามว่า เฮ้ย … แกทำอะไรไว้วะ มีพระดีของดีอะไร เขาตอบว่าไม่มีเขาไม่เคยทำบุญหรือประกอบกองการกุศลใด เขาคิดถึงแต่แม่คนเดียวเพราะพ่อเสียไปนานแล้ว ทุกครั้งที่เขาจะลงมือกระทำสิ่งใดเขานึกถึงแต่แม่ขอให้แม่ช่วยผมด้วย เขาส่งเงินให้แม่ทุกเดือนแล้วแต่แม่จะใช้จ่ายอะไรขาดอะไรให้บอกได้ทันทีเขาไม่เคยขัด แม่ผู้รับเงินแทนคุณจากลูกทำบุญตักบาตรสร้างกองการกุศลให้ลูกทุกวันและมักจะโทรศัพท์ถึงลูกบอกลูกว่าแม่ทำบุญตักบาตรไหว้พระ อธิษฐานให้หนูเจริญรุ่งเรืองประสบความสำเร็จ แม่อธิษฐานให้พรลูกทุกๆ วันเลยนะ ให้ลูกเจริญๆ ประสบความสำเร็จเป็นที่เมตตารักใคร่ของคนทั่วไปปราศจากอุปสรรคภยันตรายนะลูก

เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ฟังเรื่องราวจากปากหนุ่มนายนี้ต่างโจษจันยกย่องสรรเสริญหนุ่มผู้กตัญญูบูชาพระที่ถูกองค์คนนี้กันทั่วกรมศิลปากร อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า “ตั้งดีพลีถูกองค์” จึงประสบความสำเร็จที่เรายกตัวอย่างเรื่องนี้ให้ฟังเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า เทพเจ้าแห่งความสำเร็จของทุกคนอยู่ในบ้านเป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวธรรมดานี่เอง ไม่ใช่เทพเทวดาที่ล่องลอยอยู่บนฟ้าบนอากาศที่มองไม่เห็นตัวตน ลูกทั้งหลายที่ยังมีพระพ่อพระแม่อยู่ในบ้านรีบกระทำการบูชาท่านเสียแต่วันนี้ด้วยอาหารกายอาหารใจ ให้ท่านสุขกายสบายใจด้วยการกระทำของตนแล้วสิ่งที่นึกไม่ถึงว่าจะสำเร็จอย่างง่ายดายจะบังเกิดขึ้นกับตนเอง

สิ่งที่น่าคิดแม่ของหนุ่มรายนี้เป็นแม่ตัวอย่างที่ประเสริฐที่มีแต่พรออกจากปากแม่สู่ลูก ผิดกับแม่สลัมแม่ใจแตก แม่ที่ปากร้ายวันๆ เอาแต่ก่นด่าลูก ให้มันไปตายโหงตายห่า อ้ายลูกเหี้ย อ้ายลูกฉิบหายสร้างแต่ความเดือดร้อน ก็เพราะสังคมโลกยังมีแม่ที่ไร้การอบรมจริยาขาดความรักที่กลั่นออกจากใจสังคมจึงมีแต่ลูกติดยา ลูกอันธพาล ลูกฉกชิงวิ่งราว ท่านผู้อ่านแยกแยะ ผิดถูกชั่วดีเอาเองก็แล้วกันว่าจะเป็นแม่และลูกประเภทไหน

ชายผ้าถุงแม่ที่หนุ่มผู้บูชาดีพลีถูกแล้วประสบความสำเร็จนำไปนั้นเขานำไปถักเป็นเปียแล้วสอดไว้ในปลอกหมอนที่ใช้หนุนนอนทุกวันและสิ่งที่หนุ่มนายนี้ภูมิใจที่สุดคือ ตัวของเขาเป็นคนไทยที่มีลูกจ้างในร้านทั้งหมดเป็นฝรั่ง ผิดกับนักขุดทองต่างแดนหลายๆ คน ที่ต้องเป็นขี้ข้ารับใช้ฝรั่งแต่เขาเป็นนายฝรั่ง หนุ่มนายนี้ไม่เคยขาดทุนกับการค้าไม่ว่าหิมะจะถล่ม ฝนจะตกน้ำจะท่วม ร้านเขาขายดิบขายดีด้วยพรของเทพเจ้าแห่งความสำเร็จคือ แม่ ที่ส่งพรถึงเขาทุกเมื่อเชื่อวัน ณ รัฐเคนตั้กกี้

สิ่งหนึ่งที่หนุ่มคนนี้ทำไม่เคยขาดเลยตั้งแต่ทำงานได้เงินเดือนเป็นของตัวเอง เมื่อครบรอบวันเกิดเขาจะซื้อของขวัญไปกราบที่ตักแม่ พร้อมถามแม่ว่าแม่จำได้หรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร วันนี้เป็นวันที่แม่เจ็บปวดที่สุด ที่แม่ได้ให้ชีวิตนี้แก่ลูก

มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย! ‘วิธีเลี้ยงไข่มดแดงแบบคอนโด’ ทำรายได้หลายหมื่นบาท

ถ้าพูดถึงหน้าร้อนมีอาหารหลายอย่างที่ได้รับความนิยมเช่นเห็ด, แมลง และเป็นอาหารยอดฮิตอีกอย่างก็คือ ‘ไข่มดแดง’ ซึ่งอาจเป็ฯของโปรดของใครหลาย ๆ คนซึ่งไข่มดแดงเป็นของหายาก กว่าจะได้ไข่มา แต่ฝ่าความร้อนใช้ความอดทนสูง ไปแหย่ในรังมดแดง กว่าจะได้ไข่ ร้อนก็ร้อน มดก็เยอะ แถมราคาบอกเลยว่าแพงมาก ขายดี ตลาดต้องการเยอะมากอีกด้วย

ไข่มดแดงมีรสชาติที่เฉพาะตัว สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะ แกง ผัด หมก แต่ละเมนูอร่อยๆทั้งนั้น ไข่มดแดงจึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-500 บาทเลยทีเดียว วิถีชาวบ้านนั้นต้องไปเสาะหาแหย่รังไข่มดแดงตามต้นไม้สูงถึงจะได้ไข่มดแดงมากินจึงทำให้เป็นอาหารที่หายาก แต่ปัจจุบันได้มีการเพาะเลี้ยงไข่มดแดงด้วยการใช้ขวดพลาสติกสร้างบ้านใหม่ให้มดแดงอยู่แทน หรือเรียกว่า การเลี้ยงไข่มดแดงแบบคอนโด นั้นเอง

วันนี้เราจะมานำเสนอ เทคนิคใหม่ ๆ ในการหลอกมดแดงให้ออกไข่ นั่นคือ วิธีทำคอนโดไข่มดแดง เป็นอีกสุดยอดวิธีการทางการเกษตรที่คิดค้นพัฒนาจนทำให้สามารถเลี้ยงมดแดง เพื่อเก็บไข่ได้ เนื่องจากไข่มดแดงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากในภาคอีสานของไทย อีกทั้งราคาไข่มดแดงค่อนข้างสูง เนื่องจากหาได้ยาก มีฤดูกาลของออกไข่และความลำบากในการเก็บไข่มดแดง หรือที่เรียกว่าแหย่ไข่มดแดง กว่าจะได้ไข่มดแดงมาก็ลำบาก วิธีการทำคอนโดไข่มดแดง จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่สนใจไข่มดแดง ลองทำดู

ก่อนอื่นเรามาเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์กันก่อน

1. ขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาดใหญ่ 1.25 ลิตร พร้อมฝา จำนวน 5-10 ขวด
2. เชือกด้ายสีแดง (ไนล่อน) และสีเหลือง ความหนาขนาดเชือกว่าว ยาวตามความต้องการ
3. กิ่งไม้ ความยาว 1 ฟุต 10-20 อัน เพื่อทำเป็นสะพานทางลงไปกินน้ำและ อาหาร
4. ลวดขนาดยาว 1-2 ฟุต หรือตามขนาดรอบวงของต้นไม้
5. เศษอาหาร กระดูก กางปลาหัวปลา เศษอาหารที่หาได้ น้ำ
6. มีดเล็ก คัตเตอร์ คีมตัดลวด ถุงปุ๋ยพร้อมเชือกฟางมัดถุง
7. สายยางพร้อมหัวฉีดเพื่อฉีดน้ำแบบสปริงเกอร์

มาเริ่มกันเลย

โดยขั้นตอนการสร้างคอนโดไข่มดแดง เริ่มจากตัดขวดพลาสติกเป็น 2 ส่วน ให้ส่วนปากขวดสั้นกว่าส่วนท้าย แล้วนำส่วนหัวสวมเข้าส่วนท้ายขวด เจาะรูก้นขวดทำเป็นที่แขวนผูกติดต้นไม้ และใช้ถุงดำครอบขวดน้ำเพื่อบังแดด
จากนั้นนำคอนโด หรือรังเทียมไข่มดแดงไปแขวนบนต้นไม้ที่มีมดแดงอาศัยอยู่ สำหรับวิธีล่อให้มดแดงมาอยู่ในขวดให้ใส่เหยื่อลงในขวด อาจใช้ซากแมลง เช่น จิ้งหรีด แมงเม่า หรือปลาหมึกแห้ง และต้องแขวนคอนโดฯ ไข่มดแดงควบคู่กับขวด หรือแก้วที่เติมน้ำให้เต็ม เมื่อมดแดงมีทั้งบ้าน อาหาร น้ำ ก็จะเข้ามาทำรัง โดยมดแดงจะอยู่ในรังเทียมราว 15-20 วัน จะออกไข่ปริมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนมดแดง เฉลี่ยจะได้ไข่ 2-3 ขีดต่อขวด

ต้องระวัง! ศัตรูของมดแดง

ศัตรูของมดแดง กล่าวได้ว่า มีค่อนข้างน้อย เพราะมดแดงมีเยี่ยวเป็นกรดน้ำส้ม หรือกรดมดที่บรรจุไว้ในส่วนท้องของมัน สามารถขับไล่ศัตรูผู้รุกรานที่อยู่อาศัย แต่ก็ยังพบว่า มดแดงมีศัตรูอยู่บ้าง ได้แก่

ปลวก มดแดงจะไม่ชอบปลวก แต่ปลวกก็ไม่ใช่ศัตรูโดยตรงของมดแดง เพราะปลวกไม่ได้ทำอันตรายมดแดงแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงว่า มดแดงไม่ชอบอยู่ในที่ที่มีปลวก คงเป็นเพราะปลวกมีกลิ่นที่มดแดงไม่ชอบก็อาจเป็นได้

มดดำ มดดำทุกชนิดเป็นศัตรูโดยตรงของมดแดง หากมดฝ่ายใดพลัดหลงเข้าไปในกลุ่มของฝ่ายตรงข้าม ก็จะถูกรุมกัดจนตาย มดดำจะเก่งกล้ากว่ามดแดงมาก โดยเฉลี่ยแล้วมดดำ ตัวเดียว จะสามารถทำลายมดแดงได้ถึง 10 ตัว

มดไฮ มดชนิดนี้บางท้องถิ่น เรียกว่า “มดเอือด” เป็นมดขนาดเล็ก ลำตัวยาวไม่เกิน 1 มิลลิเมตร เป็นศัตรูที่ร้ายแรงที่สุดของมดแดงอย่างยิ่ง เนื่องจากมดชนิดนี้มีเยี่ยวที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก หากมดแดงได้รับกลิ่น และถูกเยี่ยวของมันก็จะตายทันที คล้ายกับว่าได้รับแก็สพิษฉะนั้น มดไฮ 1 ตัว สามารถทำลายมดแดงได้ถึง 20 ตัวเลยทีเดียว


การดูแลและให้อาหาร จะเป็นการให้เศษอาหารและทำการเปลี่ยนน้ำอาทิตย์ละ1 ครั้ง คอยดูแลเรื่องมดดำที่เป็นศัตรูสำคัญของมดแดงเพราะถ้ามีมดดำมาก มดแดงจะหนี ราคาขายประมาณ 200-250 บาท/กก.

เทคนิคการเลี้ยงนอกฤดู

การเลี้ยงนอกฤดู จำเป็นต้องติดสปริงเกอร์ ตลอดแนวราวเลี้ยงมดแดง เพื่อฉีดน้ำในช่วงที่ฝนไม่ตกหรือฤดูร้อนเพื่อหลอกว่าเป็นช่วงฤดูฝน โดยที่ในช่วงเดือนมีนาคม เริ่มให้น้ำโดยการใช้น้ำฉีดจากสายยางหรือสปริงเกอร์ที่ติดตั้งไว้ จากนั้นให้อาหารตามปกติ ประมาณอีก 1 เดือน เริ่มมีไข่สามารถเก็บจำหน่ายได้

วิธีการสังเกตว่ามดแดงรังไหนสามารถเก็บได้คือ ให้ดูจากรังว่าใหญ่หรือไม่ หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ให้สังเกตว่าที่รังมดแดงเป็นฝ้าหรือไม่ ถ้าเป็นฝ้าสีขาวขึ้นตามขอบรังแสดงว่าเก็บมดแดงได้

วิธีการเก็บ

ใช้ท่อพีวีซีขนาด 2 นิ้ว 2 ท่อน ต่อกัน แล้วตัดปลายเป็นปากฉลามเพื่อไว้แหย่รังมดแดงเพื่อกันรังมดแดงแตก ส่วนภาชนะที่ใช้เก็บควรใช้ถุงพลาสติกแบบหูหิ้วมัดปลายท่อพีวีซีเพื่อเก็บไข่ที่แหย่ลงมา และเป็นการป้องกันมดกัดด้วยเพราะท่อพีวีซีและถุงลื่นมดไม่สามารถขึ้นมาเกาะผู้เก็บได้

จากการทำคอนโดให้มดแดงอยู่นี้พบว่า หากต้นไม้ต้นไหนมีรังมดแดงรังเล็ก มดแดงจะไม่คาบไข่เข้ามาอยู่อาศัยในขวดแต่จะเข้ามาคาบอาหารจากคอนโดเทียมกลับไปที่รังของมันบนต้นไม้ ซึ่งมดที่คาบไข่มาอยู่ในคอนโดส่วนใหญ่จะเป็นมดแดงที่มีรังขนาดใหญ่ ๆ มีจำนวนมดเยอะ ๆ นั้นเอง ระยะเวลาการคาบไข่มาไว้ในคอนโดขวดก็จะมากน้อยแตกต่างกันไป บางต้นใช้เวลาเพียง 2 วัน บางต้นก็ใช้เวลาถึง 10-15 วัน ไปจน 1 เดือนก็มี

เมื่อมดแดงเข้ามาอาศัยอยู่ในคอนโดแล้วมันจะไม่ต้องการอาหารเพิ่มแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่อาหารเพิ่มเข้าไปในคอนโดเลย แต่ให้ใส่ในขวดที่ยังไม่มีมดมาอาศัยอยู่เพื่อเลี้ยงรังอื่น ๆ แทน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับใครที่สนใจทำเป็นอาชีพได้เลย

แพทย์เตือน! สัญญาณอันตรายอาการ ‘ฮีทสโตรกหรือลมแดด’ พร้อมวิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง

ช่วงเวลาที่อากาศในเมืองไทยพูดได้ว่าร้อนมากถึงมากที่สุด อย่างที่ลำปาง อุณหภูมิปาไป 44 องศา และหลาย ๆ จังหวัด ก็ทะลุ 40 องศา ซึ่งร้อนขนาดนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก ๆ อาจส่งผลให้เสียชีวิตจากอาการฮีสโตรกได้ หลายคนสงสัยว่า อาการเป็นยังไง หรือ ฮีทสโตรกคืออะไร วันนี้เรามีคำตอบ ไปดูกันเลยและหากเกิดอาการเหล่านี้ควรแก้ไขอย่างไร


 
ฮีทสโตรก (Heat Stroke) คืออะไร บางคนได้ยินคำนี้แต่ไม่รู้ว่าอาการเป็นอย่างไร
ฮีทสโตรก เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ได้รับความร้อนจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปและได้รับความร้อนมากเกินไปทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติปกติสมองในส่วนของการควบคุม อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง

 

กลุ่มเสี่ยงของอาการฮีทสโตรกได้แก่

โรคฮีธ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีร่างกายที่แข็งแรงในช่วงฤดูร้อนจัดให้มีการรักษาด้วยแสงแดดในระยะเวลาอันสั้น

– ผู้สูงอายุ
– เด็ก
– ผู้ที่อดนอน
– ผู้ที่ดื่มเหล้าจัด
– ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนอนุสรณ์
– ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังเช่นโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคหัวใจและโรคอ้วน
– นักกีฬาและทหารที่ได้รับการฝึกโดยไม่มีการเตรียมร่างกายให้พร้อม
– สาวออฟฟิศก็รู้สึกเหมือนกันถ้าได้รู้จักกับเครื่องปรับอากาศจากนั้นก็ออกมาด้วยความร้อนจัดหรือไม่ก็เร็ว ๆ นี้ในช่วงเวลากลางวัน

สัญญาณเตือนของโรคฮีทสโตรก รู้ก่อนที่จะสายเกินไป หากพบอาการเหล่านี้ให้มั่นใจได้เลย

– ไม่มีเหงื่อออกมาจะอากาศร้อน
– หน้าแดงตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ
– รู้สึกแห้งน้ำมาก
– วิงเวียนปวดศีรษะคลื่นไส้หายใจเร็วขึ้น
– เกร็งกล้ามเนื้อชักมึนงงแน่นรูม่านขยายความรู้สึกลดความรู้สึกลง
– หัวใจเต้นเร็ว แต่แผ่วเบา

คำเตือนเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลาอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและถึงแก่ชีวิตได้
การดื่มน้ำในปริมาณที่มากจะช่วยเก็บความร้อนและช่วยป้องกันอาการที่เกิดขึ้นได้
วิธีป้องกันตัวเองจากฮีทสโตรก

– ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด
– สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อนไม่หนาน้ำหนักเบาสามารถระบายความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้
– หากมีความต้องการอากาศร้อนหรือออกกำลังกายควรดื่มน้ำให้ได้ 1 ชั่วโมง
– ผอมจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
– การกินยาแก้แพ้ยาลดน้ำมูกการออกกำลังกายก่อนออกกำลังกาย
– ในเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษต้องจัดให้อยู่ในห้องที่ได้รับอากาศดีอย่าปล่อยให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถ

 

วิธีช่วยเหลือจากอาการฮีทสโตรก

รองอธิการบดีกรมการแพทย์แนะนำว่าหากพบคนที่มีความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยความช่วยเหลือทางจิต หงายคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออกด้วยผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกลำตัว บายความร้อนราดน้ำเย็นลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทนแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด