หากศีลไม่เสมอกัน สุดท้ายก็ต้องแยกจากกันไป รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในชีวิตจริง การที่ใครสักคน จะมาเป็นคู่แท้ได้นั้นจะไม่มีทางสร้างภาวะคู่ครองได้ภายในชาติเดียว ต้องเคยทำบุญกับพระพุทธเจ้าหรืออรหันต์มาด้วยกัน ต้องมีกำลังใจอยากครองคู่กัน ถึงขนาดว่าเคยเปล่งวาจาอธิษฐานแบบเต็มปากเต็มคำมาด้วยกัน แล้วก็ต้องเคยอยู่ร่วมกันบ่อยๆ ดั่งเช่นรากแก้วของต้นไม้

ดังนั้นเราจึงควรรู้ก่อนว่า “คู่” ในแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร หากพบเจอกันแล้วจะมีความรู้สึกต่อกันอย่างไร จนกระทั่งเราได้มาพบเจอคู่แท้ในที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ใช่ในชาตินี้ก็อาจเป็นได้ เหตุเพราะในแต่ละชาติภพนั้น ต่างคนต่างก็สร้างบุญ สร้างกรรมมากน้อยแตกต่างกันไป กว่าจะชดใช้ให้ใครต่อใครหมด จนกระทั่งมาเจอกัน บางทีอาจจะเจอคู่แท้อีกครั้งจากการเกิดตายนับ 10 ชาติก็ได้

1.คู่บารมี คู่บุญ จะให้ความรู้สึกปรารถนาดีต่อกัน
คู่บารมีจะถูกกระแสบนสิ่งแวดล้อมให้หลงใหลติดใจกัน ทั้งในระดับหยาบ ระดับกลาง และระดับละเอียด ระดับหยาบหมายถึง ความดึงดูดให้ปรารถนาในรสสัมผัสของกันและกันอย่างยิ่งยวด อาจหมายถึงการแตะต้องเพียงแผ่ว ไล่ไปจนถึงความอยากกอดอยากจูบ หรืออยากมีเพศสัมพันธ์สวาทแม้จะไม่ใช่แค่ความรู้สึกเหมือนได้กะหายหื่น แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต็มและความรับผิดชอบเยี่ยงเจ้าของเดิม ซึ่งต่างก็มีความสามารถครอบครองกันและกันอยู่แล้ว

ระดับละเอียดหมายถึงรู้สึกร่าเริงบันเทิงใจที่จะได้ร่วมบุญร่วมกุศลเกินบรรยาย หากเคยทำบุญยิ่งใหญ่ด้วยกันมาหลายภพหลายชาติ เพียงแค่ครั้งแรกที่ใส่บาตรร่วมกันก็อาจบันดาลให้เกิดความรู้สึกตื้นตันเหมือนขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ความปรารถนาจะทำอะไรดีๆร่วมกันนี้ ส่วนใหญ่เป็นตัวชี้เลยว่าใช้คู่บุญแน่

2.คู่บารมีแม้เห็นต่างกันแต่จะไม่รู้สึกแตกต่างกัน

หากเป็นคู่บารมีประเภทว่าอะไรว่าตามกันบนเส้นทางบุญ ก็จะเกิดมหาสมุทรแห่งบุญร่วมกันแล้วก็แทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลย เมื่อมาอยู่ด้วยกันและมีนิสัยบางส่วนจะแตกต่างกันไปบ้างหรือแม้บางความเห็นจะไม่ลงรอยก็จะยังรู้สึกเป็นพวกเดียวกันเสมอไม่เป็นอื่นต่อกัน ยังผลให้ไม่รำคาญเมื่อมีสิ่งใดขัดหูขัดตาหรือแม้ทำอะไรขัดใจกันไปบ้าง

3.คู่แท้มีเวลาเหมาะสมที่จะพบกัน

หลายคนสงสัยว่าถ้ามันลงตัวขนาดนั้น เลิศเลอสมบูรณ์แบบได้ขนาดนั้น ทำไมชะตาจึงไม่กำหนดให้เจอกันเร็วๆ ทำไมหมอดูจึงทำนายในชั้นแรกว่า จะเจอกันอีก 20 ปีข้างหน้า หรือทำไมสุดท้ายเจอกันเร็วก็ต้องผ่านด่านโน้นด่านนี้เสียก่อน

คู่แท้มีเวลาเหมาะสมที่จะพบกัน และเวลานั้นก็คือเวลาที่พบกันแล้วมีความพร้อมที่จะอยู่ร่วมกันตลอดไป ดังนั้น คู่ที่เจอกันช้าก็ไม่ได้หมายความว่าทำบุญร่วมกันมาน้อย เพราะคนเราเดินทางไกลกันเป็นอนันตชาติ มีโอกาสร่วมบุญร่วมบาปไว้กับใครต่อใครมากมาย และแรงบุญแรงบาปนั้นก็เหวี่ยงเราให้เข้าคู่กับคนนู้นทีคนนี้ที ชั่วครู่ชั่วยามบ้าง ยาวนานบ้าง ไม่มีหรอกคู่แท้ชนิดที่ประกบติดอยู่กับเราเป็นเงาตามเราไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์

ในระหว่างการเกิดการตายอันไร้ต้นสายปลายเหตุนี้ พวกเราต้องเงียบเหงากับการอยู่ตามลำพังหรือต้องทรมานกับการจับคู่ผิดถูกมาตั้งไม่รู้เท่าไร ยิ่งไปกว่านั้นการจับคู่ร้อยครั้ง อาจมีที่ใช่คู่บุญกันจริงๆแค่ไม่ถึง 10 ครั้ง ดังนั้นถ้านับจํานวนปีบนโลกมนุษย์แล้ว อาจเป็นไปได้ว่ากว่า 20 ปีที่จะเจอกัน หรือยิ่งไปกว่านั้น คุณอาจตกใจยิ่งกว่า หากรู้ว่าคู่บุญดีๆของคุณอาจพลัดล่วงไปชดใช้กรรม หรือไปได้ดี ณ ที่ใดที่หนึ่ง กว่าจะเจอกันอีกทีคุณจะต้องเกิดเป็นมนุษย์อีก 10 ชาติ ก็ได้

4.คู่เวรจะมีแรงดึงดูดระหว่างกันมาก จนน่าประหลาด
เราอาจเผลอไปเชื่อว่าคนนี้คือคู่แท้ของตัวเอง บางคนแต่งงานแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ารักคนนี้มาก ต่างก็อ้างว่าต่างคนเป็นคู่กันมาแต่ปางก่อน ยอมเป็นคนมาทีหลังอย่างเต็มใจซะอย่างนั้น ทั้งๆที่ความจริงแล้ว นั่นเป็นเพราะกรรมเขาจัดสรรให้ต้องมาเจอกันเพื่อชดใช้กรรม และพอคบๆกันไป กลับเบื่อหน่ายและทรมานจากการที่มีคนที่สาม สี่ มาเกี่ยวข้อง เบื่อก็เบื่อ แต่ก็รักและพอจะเลิกก็เลิกไม่ได้ ยึดเหนี่ยวในคำว่ารัก อย่างไม่ลืมหูลืมตาและปล่อยวางไม่ลง บางคนทุกข์ก็ทุกข์ แค้นก็แค้น รักก็รัก ทรมานทั้งเป็นจริงๆ

5.หากเจอ “คู่เวร” ให้พยายามเปลี่ยนเป็น “คู่บุญ” ในชาตินี้
หากรู้สึกว่าชีวิตเราเจอแต่ “คู่เวร” ทางที่ดีให้พยายามเปลี่ยนคู่เวรให้เป็นคู่บุญในชาตินี้ จะได้ไม่เสียเวลาไม่เสียใจจนต้องเป็นทุกข์อีกหนึ่งชาติ หากเราสร้างเวรกรรมต่อกันจะทำให้ชีวิตเราต้องไปเจอะเจอคู่เวรเพื่อชดใช้ให้กันอีก และไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะอิ่มสุขกับการเจอคู่บุญสักที ดังนั้นสิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือหากชักชวนกันมาศึกษาธรรมะด้วยกันได้ ความสัมพันธ์ของพวกคุณจะดีขึ้นทันตาเห็นชาตินี้เลย ไม่ต้องรอชาติหน้าหรือชาติไหน ๆ

หลายคนอาจเคยได้ยินกันมามากว่าศีลไม่เสมอกันมักจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ซึ่งศีลที่หมายถึงนั้นไม่ใช่เพียงแค่เป็นคนที่มีคุณธรรมหมั่นรักษาศีล 5ข้อ หรือ 8 ข้อเหมือนกันแต่อย่างใด แต่ศีลที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนั่นหมายถึงศีลธรรม ความคิด ความอ่าน ความชอบของแต่ละบุคคลนั่นเอง

คนที่มีศีลไม่เสมอกันคือคนที่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งหลายคนคงคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ก็แค่ปรับตัวเข้าหากันให้ได้ แต่หากมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันมาก การปรับตัวเข้าหากันนั้นถือเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการพยายามปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว เช่น การมีแฟนที่ชอบสูบบุหรี่ และเราไม่ชอบกลิ่นของมัน การขอให้เค้าเลิกสูบอาจเป็นไปได้ยากเพราะการที่เค้าจะยอมเปลี่ยนสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เพื่อเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมอาจจะยอมเลิกกับเรายังดีซะกว่า

ฉะนั้น การจะอยู่ร่วมกับใคร สิ่งที่สำคัญคือการมีศีลเสมอกัน นอกจากเราจะอยู่กับเค้าได้นานแล้ว เมื่อเราอยู่กับเค้ายังทำให้เราสบายใจและมีความสุขอีกด้วย

ที่มาจาก https://bit.ly/2uTMebs