คน 5 ประเภท อีก 3 ปีข้างหน้า เตรียมตัวตกงานและอยู่ยาก

เกียวกับสังคมไทย การที่เราจะทำงานอยู่ร่วมกันกับองค์กรใหญ่ๆ เราต้องมีการปรับตัวเข้าหากับผู้อื่นบ้าง ต้องรับฟังและให้โอกาสผู้อื่นเข้าบ้าง อย่าเอาแค่ความตนเองนั้นเป็นใหญ่ โดยที่ไม่นึกถึงผู้อื่นเอาเสียเลย

เราก็พอจะทราบข่าวกันมาบ้างแล้วว่าในตอนนี้หลายบริษัทอยู่เหมือนกันที่มีการปลดพนักงานลด บางบริษัทนั้นมีการปิดตัวลงอย่างน่าใจหายเพราะในตอนนี้เศรษฐกิจบ้านเรานั้นไม่สู่ดีนักเท่าไหร่ และวันนี้เราพาทุกคนนั้นไปดูกับ 5 คนประเภทนี้หากไม่เปลี่ยนหรือปรับปรุงใหม่ละก็อีก 3 ปีข้าหน้านั้นเตรียมตัวตกงานได้

1.คนประเภทนอกเหนือจาก 8 ชั่วโมงไม่เรียนรู้
ทุกวันหลังจากทำงานเสร็จ วันละ 2 ชั่วโมงผ่านไป 3 ปี เนื่องจากความสามารถด้านภาษา เพื่อนคนนี้มีโอกาสไปร่วมงานนิทรรศการการค้าต่างประเทศได้ลูกค้ารายใหญ่หลายรายกลับมาด้วย ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปีที่ 7

เขาก็เปิดบริษัทของตัวเองตลอดระยะเวลาแห่งงานเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขาไม่เคยหยุดทำก็คือ ใช้เวลานอกเหนือจาก 8 ชั่วโมงในการเรียนรู้ยุคสมัยนี้เป็นยุคแห่งการเรียนรู้ ความรู้เติบโตขึ้นในอัตราที่ก้าวกระโดดทุกคนมีอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆได้อย่างรวดเร็วแค่ปลายนิ้วอยู่ที่ว่าคุณจะใช้โอกาสที่มีไขว่คว้า หรือ นั่งรอวันถูกแทนที่

2.คนประเภททำงานแบบเดิมๆซ้ำๆคือเจ้าหน้าที่ต่างๆที่ต้องทำงานแบบเดิมๆซ้ำๆเช่น แพคของใส่กล่อง จัดเรียงสินค้าในคลัง งานที่อาศัยแค่ความชำนาญ ไม่ได้ใช้การคิดวิเคราห์ พูดถึงนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์เลย อาศัยความเคยชินเท่านั้นเอง

3.คนประเภทที่ไม่เข้าใจการลงทุนในตัวเอง
ตอนที่คุณยังเยาว์วัยคุณต้องรู้ว่าจะลงทุนกับตัวเองยังไงถ้าทุกเดือนคุณเอาเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนกับตัวเองบางคน ไปเรียนคอสเสริมหลังเลิกงาน อาจไม่ได้รวยในทันที แต่ได้รู้จักคนมากมายที่นำพาโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิตบางคน ไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย จนค้นพบช่องทางธุรกิจ เปิดยิม ขายอาหารเสริมสำหรับคนรักสุขภาพบางคน ออกเดินทาเที่ยวรอบโลก ไปเจอธุรกิจใหม่ๆที่น่าสนใจในต่างประเทศ นำไอเดียกลับมาต่อยอดเป็นของตัวเอง

4.คนประเภทมองอะไรสั้นๆ ตัดสินแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที
บริษัทเสนอให้ไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ในฮ่องกง 2 ปี แต่ได้เงินเดือนครึ่งเดียวไม่มีค่าคอมมิชชั่น Li Ting รู้สึกว่าเงินเดือนน้อยเกินไป แถมไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในต่างแดน ก็เลยไม่เอาส่วน Tan Si กล้าตัดสินใจเลือกไปฮ่องกง

ในมุมมองของเธอ ไปศึกษางานแถมยังได้เงินเดือน เป็นเรื่องที่คุ้มแสนคุ้มผ่านไป 2 ปี Tan Si กลับมาที่บริษัทในฐานะหัวหน้าโครงการคนใหม่ รายได้ 1 ล้านบาทต่อปีส่วน Li Ting ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม เงินเดือนในตอนนี้ไม่ถึง 1 ใน 3 ของ Tan Siไม่ใช่ว่า Tan Si ตัดสินใจถูก หรือ Li Ting ตัดสินใจผิด เพราะ ทั้งคู่ต่างเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้ตนเอง

5.คนประเภททำงานร่วมกับคนอื่นไม่เป็น
บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ให้เงินผู้สมัครงาน 75 บาท ให้พวกเขาไปหาอะไรกินด้วยกัน6 คนไปถึงร้านอาหารด้วยกัน แต่ข้าวจานหนึ่งอย่างต่ำ 15 บาท เงินที่พวกเขามีไม่พอจะซื้อข้าวคนละจาน ก็เลยกลับไปบริษัทอย่างหงุดหงิดพอถึงบริษัท ประธานบริษัทรู้เข้าก็ส่ายหน้า ขอโทษด้วย พวกคุณไม่เหมาะกับบริษัทเราร้านอาหารร้านนั้น มีโปรโมชั่นซื้อ 5 แถม 1 หรือถึงแม้ไม่มีโปร ก็ยังขอจานเปล่ามาหนึ่งใบ แล้วสั่งข้าว 5 จานมาแบ่งกันกินได้ แต่ผู้สมัครทั้ง 6 คนไม่มีใครคิดว่ามาด้วยกัน เป็นทีมเดียวกันทุกคนต่างคิดถึงแต่ตัวเอง ถึงได้มือเปล่ากลับไป

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
https://bit.ly/2FOkXZZ