เลี้ยงกบแบบใหม่ สไตล์บ้าน ๆ ทุนน้อย โตไว ขายได้ กก.ละ 100 บาท

โดยกบนั้นถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างกำไรดีและมีความต้องการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยการเลี้ยงกบนั้นจะต้องเรียนให้ได้ตัวใหญ่จนสามารถทำเงินได้แต่การเลี้ยงแบบนี้นั้นจะต้องอาศัยประสบการณ์มากพอสมควรและในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาทุกคนมาดูวิธีการเลี้ยงกบในหลวงแบบง่ายๆลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอนโดยมีขั้นตอนดังนี้

การเตรียมบ่อ

โดยเราจะต้องรู้ก่อนว่าปกติจะต้องอยู่อาศัยในที่โล่งและพื้นที่ดินแฉะจึงควรเลือกทำเลที่มีความเหมาะสมโดยจะต้องเลี้ยงกบอยู่ใต้ร่มไม้และเป็นพื้นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึงจากนั้นก็ลองดูด้วยตาข่ายแบบง่ายๆโดยใช้ความสูงพอประมาณเพื่อป้องกันให้กบกระโดดหนีไม่ได้และป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาจากนั้นนำกะละมังมาตั้งไว้เป็นบ่อและขุดรูต่อท่อ PVC ด้านล่างของทุกบอกให้เชื่อมต่อกันเพื่อทำให้ระดับน้ำเท่ากันในทุกกาละมังและจะต้องทำช่องระบายน้ำออกด้วยโดยจะต้องใช้พลังงานที่จะไม่ต้องลึกมากแค่ให้เพียงพอให้กบแค่แช่น้ำเท่านั้นหรืออาจจะวางอิฐหินเสริมดวงไปเพื่อให้พื้นสูงขึ้น

การของใครวางตรงนี้คัดเลือกพันธุ์กบ

ควรเลือกซื้อพันธุ์กบที่มีอายุประมาณ 1-2 เดือนและนำมาปล่อยเลี้ยงเพราะจะมีอัตราการรอดสูงกว่าและเป็นเกาะที่จะสามารถให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปไม่จำเป็นต้องมาทำอนุบาลหรือเพาะเลี้ยงต่อให้ยุ่งยากโดยพันกว่าพี่แนะนำก็คือพันธุ์กบนาเพราะเป็นกบที่นิยมมาใช้ในการบริโภคและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหากท้องถิ่นไหนมีความอุดมสมบูรณ์มีกบเยอะแยะมากมายก็สามารถคัดเลือกสายพันธุ์กบจากแหล่งธรรมชาติได้โดยการนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาปล่อยในอัตรา 1 ต่อ 1 ตร. ม 1 พื้นที่ 1 ตารางเมตรโดยปกตินั้นกบจะขยายพันธุ์ในช่วงหน้าฝนแต่สามารถลบได้โดยการต่อสปริงเกอร์และสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับฝนกรดสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับพ่อพันธุ์

เมื่อถึงฤดูขยายพันธุ์กบตัวผู้จะส่งเสียงร้องดังและใต้คางก็จะพองลำตัวจะมีสีเหลืองเข้มเมื่อใช้นิ้วสอดเข้าไปใต้ท้องมันก็จะใช้ขาหน้ากอดรัดไว้แน่น

สำหรับแม่พันธุ์

ตัวที่มีไข่ในส่วนหน้าท้องจะใหญ่ขึ้นและมีปุ่มขึ้นข้างลำตัวเมื่อใช้นิ้วสัมผัสก็จะสามารถรู้สึกได้

เมื่อทำการปล่อยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ลงไปก็เปิดฝนเทียมเพื่อเป็นการกระตุ้นให้กบจับคู่จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 17:00 นถึง 22:00 นจะทำการจัดคู่และปล่อยขายในตอนเช้ามืด

การลำเลียงไข่กรอบจากบ่อผสมไปยังบ่อนุบาล

– หลังจากที่กบปล่อยไข่ในตอนเช้าก็ทำการจับกบขึ้นไปไว้บนดินจากนั้นค่อยๆลดน้ำในบ่อได้ใช้สวิงผ้านิ่มรองรับไข่ที่ไหลตามน้ำออกมาโดยในขณะที่น้ำลดนั้นจะต้องค่อยๆใช้สายยางฉีดเบาๆเพื่อไล่ไข่ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง

– จากนั้นนำไข่ที่รวบรวมได้ไปใส่ในบ่ออนุบาลโดยใช้ถ้วยตวงไข่และรวยให้ทั่วๆบ่อ แต่ต้องระวังไม่ให้ไข่กบซ้อนทับกันมากเพราะจะทำให้ไข่เสียและไม่ฟักเป็นตัวเนื่องจากขาดออกซิเจน

– และระดับน้ำที่ใช้ในการฟักไข่จะต้องใช้ประมาณ 7 ถึง 10 เซนติเมตรและไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 24 ชั่วโมง

การอนุบาลและการให้อาหารนก

เมื่อลูกกบทำการฟักตัวออกมาช่วงระยะ 2 วันยังไม่ต้องให้อาหารปลาเมื่อครบก็ทำการให้อาหารโดยเริ่มจากไข่ตุ๋นอาหารเม็ดและไรแดงโดยให้ตามดังนี้

-3-7 วัน ให้อาหาร 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวโดยให้จำนวน 5 มื้อต่อวัน

– 7-21วัน ให้อาหารประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวจำนวน 5 มื้อต่อวัน

– 21-30วัน ให้อาหาร 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวจำนวนทั้งหมด 4 มื้อต่อวัน

-1-4เดือน ให้อาหาร 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวจำนวน 2 มื้อต่อวัน

การเปลื่ยนถ่ายน้ำ

–เมื่อลูกของฟักออกเป็นตัวจะต้องทำการเพิ่มระดับน้ำในบ่ออยู่ในระดับความลึก 30 เซนติเมตร

-เมื่อลูกอ๊อดอายุครบ 4 วันทำการย้ายบอกครั้งที่ 1 และระดับน้ำที่จะต้องใช้ควรอยู่ที่ระดับ 30 เซนติเมตร

– ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆวันวันละประมาณ 50%

-ทุก 3-4 วันทำการย้ายบ่พร้อมกับคัดขนาดตัวลูกอ๊อด

– เมื่อลูกอ๊อดและมีขาหน้าต้องลดระดับน้ำลดลงมาโดยมีระดับความลึกประมาณ 5-10 cm และใช้วัสดุที่เพียงพอสำหรับเกาะเช่นทำมะพร้าวหรือแผ่นโฟมเป็นต้น

การตัดขนาดลูกกบ

หลังจากที่เรียนไปได้ประมาณซัก 1 สัปดาห์ก็จะเริ่มมีขนาดไม่เท่ากันเนื่องจากอาหารกบที่กินไม่เท่ากันจึงทำการพัฒนาออกมาเมื่ออายุลูกอ๊อดประมาณ 7-10 วันโดยใช้ตะแกรงคัดขนาดที่ทำจากตาข่ายให้มีขนาดช่องตาขนาดต่างๆซึ่งเราสามารถเลือกซื้อตามขนาดรูปในระยะต่างๆได้โดยทำการพัฒนาทุกๆ 3-4 วันได้แยกไปไว้ในแต่ละบ่โดยในระยะลูกอ๊อดบางตัวที่เริ่มมีขาหน้างอกก็จะใช้ตะแกรงคัดขนาดไม่ได้เนื่องจากลูกค้าจะก่อตะแกรงไม่ยอมรอดผ่านเข้าไปจึงต้องเปลี่ยนไปใช้กะละมังเติมน้ำให้เต็มนะคะลูกกบที่มี4 ขา ออกไปอยู่บ่อเดียวกัน และเมื่อลูกกบอายุประมาณ 1 เดือนต้องทำการคัดแยกลูกกบที่โตเต็มวัยเอาไปใส่เบ่ออื่นๆ

การเลี้ยงดูจนโตเต็มวัย

จะต้องให้อาหารวันละ 2 ครั้งคือเวลา 7:00 นและ 05:00 นโดยปริมาณอาหารที่ให้เท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเกบในบ่อ

การจับ

สำหรับการจากจะต้องกลับทั้งหมดในคราวเดียวกันในแต่ละบ่เพราะบ่อเลี้ยงปลามีโควต้าและจะต้องเก็บพืชน้ำเช่นผักบุ้งผักตบชวาขึ้นให้หมดและไล่กบที่หลบซ่อนให้หมดในครั้งเดียวและการเลี้ยงดูนั้นจะต้องมีการคำนวณฤดูต่างๆเพราะเนื่องจากฤดูฝนจะมีกบธรรมชาติออกมาขายของข้างมากจึงทำให้ราคากบต่ำในช่วงฤดูฝนและผู้เลี้ยงจำเป็นจะต้องเผื่อระยะเวลาเกือบกบโตขึ้นมาพร้อมจับช่วงหน้าร้อน และ หน้าหนาว จะขายได้คุ้มทุนกว่า และการขนส่งนั้นจะต้องมีถาชนะใส่น้ำเล็กน้อบ และควรมีวัสดุให้กบ เข้าไปอยู่อาศัยอยา่งผักบุ้ง / ฟาง / ผักตบชวา เป็นต้น

ต้นทุนในการเลี้ยง

โดยบ่อดินจะมีขนาดประมาณ 6 ถึง 12 ตารางเมตร 1บ่อจะมีจำนวนกบประมาณ 400-500 ตัว โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 3-4 เดือนก็สามารถขายได้ไม่คิดแล้วต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 บาทต่อกิโลกรัมและราคาขายอยู่ที่ 80-100 บาทต่อกิโลกรัม