ขี้วัน ขี้ควาย ใคร ๆ ก็มองข้าม เอาเปลื่ยนสร้างมูลค่าให้กลายเป็นเงิน

โดยในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีเข้ามาในการช่วยเหลือการทำนากันมากยิ่งขึ้นฉะนั้นวัวควายเริ่มมีบทบาทน้อยลงในการทำเกษตร โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้แรงวัวแรงควายในการลากเกวียนไถนาซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เลือกใช้หันมาใช้เครื่องจักรกลแทนเพราะประหยัดเวลาในการทำงานสะดวกในเรื่องของการทำงานมากยิ่งกว่าจึงทำให้เห็นว่าทุกวันนี้เราเห็นเกษตรกรเลี้ยงวัวเลี้ยงควายกันน้อยลงเป็นอย่างมาก

แต่นั่นก็ยังมีชาวเกษตรกรไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงใช้วัวใช้ควายเพื่อใช้แรงงานและเลี้ยงไว้เพื่อขายอย่างเช่นหมู่บ้านโสกแดงที่จังหวัดสุรินทร์มีการใช้ชีวิตด้วยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและแปรเปลี่ยนสิ่งที่ไร้ค่ายังขี้วัวขี้ควายที่จะใช้ก็ตักขยะแขยงแล้วมองว่าเป็นสิ่งสกปรกให้กลายมาเป็นทองคำสร้างเม็ดเงินได้

โดยที่วัวขี้ควายนะสามารถนำมาเป็นปุ๋ยคอกได้ซึ่งปุ๋ยคอกนี้จะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินและยังช่วยทำให้ชาวบ้านมีกินมีใช้ไม่อดช่วยให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่อยู่ในหลักพอกินพอมีพอใช้ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุยเดชรัชกาลที่ 9 ได้

และนอกจากนี้ที่นี่นั้นก็ยังเป็นชุมชนหนึ่งที่ยังดำเนินชีวิตแบบวิถีเรียบง่ายโดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาเลี้ยงสัตว์ทำไร่ทำสวนอย่างเช่นนางรองอายุ 71 ปีที่ได้บอกว่าหมู่บ้านนี้ยังมีการเลี้ยงวัวเลี้ยงควายกันอยู่บ้างและมีการทำตามโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ซึ่งเป็นโครงการของพระองค์ท่านบางคนก็เลี้ยงไว้ใช้แรงงานไทยหน้าบางคนก็ได้รับเป็นมรดกเลี้ยงไว้ขยายพันธุ์ก็มีและขายในยามเดือดร้อนเงินก็มีโดยชาวบ้านแถวนี้ก็จะมีการเก็บขี้วัวขี้ควายมาใช้เป็นปุ๋ยคอกใส่ไร่ก็ขายวัวขายควายขายขี้วัวขี้ควายก็ยังขายได้

และนอกจากนี้นางรองนั้นก็ยังเป็นคนอีกคนหนึ่งที่มีเลี้ยงควายอีก 5 ตัวโดยปล่อยเลี้ยงตามท้องนาตามธรรมชาติโดยขี้ควาย 1 ปีจะสามารถขายได้ 2 ครั้งละ 6,000-8000 บาท จะมีคนเข้ามารับซื้อถึงที่เองโดยจะขายไปแบบเหมาคอกแม่รายได้จากการขายมีเพียงแค่ปีละ 2 ครั้งแต่ก็สามารถสร้างเป็นรายได้เสริมจุนเจือคนในครอบครัวได้