เกษตรจากลูกหนี้ สร้างรายได้จากเกษตรพอเพียงวันละ 1,000

ใครหลายๆคนนั้นคงคิดว่าการทำเกษตรนั้นไม่สามารถทำให้รวยได้บอกเลยว่าคิดผิดเพราะการทำเกษตรนั้นถ้าหากรู้จักการวางแผนและทำเกษตรแบบพอเพียงก็จะทำให้เรานั้นมีกินมีอยู่ได้อย่างสบายๆอีกทั้งยังมีเงินเหลือเก็บเป็นเงินก้อนไว้ในชีวิตและร่ำรวยได้ด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้การทำเกษตรอินทรีย์นั้นหรือเกษตรพอเพียงยังทำให้เรานั้นสามารถปรับลดต้นทุนในการผลิตได้อย่างมากมายและในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาพบกับเกษตรแบบพอเพียงที่ให้ผลผลิตมากกว่าที่คุณคิด

โดยชาวเกษตรรายนี้นั่นก็คือคุณ วีระพงษ์ นุชมีซึ่งเป็นชาวเกษตรที่อยู่ในจังหวัดนนทบุรีโดยปกติแล้วเขามีอาชีพทำนาน้ำฝนซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษแต่เมื่อทำไปนานๆก็พบกับปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาข้าวที่ตกต่ำอีกทั้งยังมีผลผลิตที่แย่มากทั้งที่ต้นทุนทุกอย่างนั้นต้องใช้สูงจึงทำให้เกิดรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเองและหลังจากนั้นจึงทำให้เขารู้จักกับการทำเกษตรพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางของพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 และเมื่อได้ลองนำและเรียนรู้นำมาประยุกต์ใช้ก็ได้ผลผลิตและสามารถสร้างรายได้อย่างไม่น่าเชื่อจนเขายึดมั่นแนวทางเกษตรในครั้งนี้

โดยสวนเกษตรของเขาได้มีการจัดการจัดสรรพื้นที่จำนวน 1 โดยใช้ทำนาส่วนที่ 2 ก็ทำสวนผักโรงสีข้าวและเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ส่วนที่ 3 ก็จะมีการเลี้ยงปลาและทำเกษตรกับร่องสวนและนอกจากนี้ใครก็ยังนำส่วนที่เหลือทิ้งในส่วนมาก่อเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเช่นการนำฟางที่ได้มาจากการทำนามาคลุมแปลงผักเก็บความชื้นในดินและทำให้แปลงผักของเขาน้ำแข็งแรง / ใช้แกลบที่เหลือจากการสีข้าวมาทำปุ๋ย / เอารำข้าวมาเลี้ยงดูเป็ดไก่ / เอามูลไก่มาเลี้ยงปลาในร่องสวนซึ่งจะได้อาหารชั้นดี

และเห็นอีนี่เองก็จะเห็นได้ว่าคุณวีระพงษ์นั้นสามารถใช้ประโยชน์ที่เหลือใช้แบบในส่วนได้ทั้งหมดซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้เขานั้นสามารถลดต้นทุนในการทำเกษตรของเขาได้เสียค่าใช้จ่ายน้อยลงมีเงินเหลือเก็บมากยิ่งขึ้นอีกทั้งปากที่ปลูกนั้นมีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้นและเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นผักที่ยังเป็นต้องการของทางตลาดเพราะใช้สารอินทรีย์เกษตรในด้านการดูแลถึง 60 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวด้วยเท่านั้นสามารถสร้างรายได้ดังนี้

คะน้าใช้เวลาปลูก 50 วันขายได้กี่กิโลกรัมละ 10 บาท / ตั้งโอ๋ใช้เวลาปลุก 70 วันขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท / ผักกาดหอมใช้เวลาปลุก 45 วันขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท / แตงกวาใช้เวลาปลูก 30 วันขายได้กิโลกรัมละ 13 บาท / มะเขือเปราะใช้เวลาปลูก 60 วันขายได้กิโลกรัมละ 18 บาท

โดยผลผลิตที่ขายได้นั้นก็สามารถขายได้ในทุกๆวันและมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวนนอกจากนี้ยังสามารถขายไข่เป็ดกับไข่ไก่ได้ไม่ต่ำกว่า 100 ฟองต่อวันจึงทำให้เขามีรายได้ประมาณ 1000 บาทต่อวันซึ่งรายได้นี้สามารถสร้างชีวิตใหม่ให้กับเขาอีกทั้งยังได้รายได้ดีกว่าการทำนาและไม่ต้องไปซื้ออาหารที่ไหนเพราะในส่วนบ้านของตัวเองก็มี