วิธีเยียวยาสวน “หลังน้ำท่วม” เกษตรกรแก้ปัญหาอย่างไร?

ไม้ผล ยังมีหนทางสว่าง
“กล้วย-มะละกอ” ตัวช่วยน่าสนใจ
สำหรับผู้ที่ถูกน้ำท่วม ไม้ผล ไม้ยืนต้นตาย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยอย่างยิ่ง ไม้ผลบางชนิดกว่าที่จะปลูกให้รอดและให้ผลผลิตได้ ต้องใช้เวลานาน 3-5 ปี

แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อเสียหายไปแล้ว ต้องกลับมาฟื้นกันใหม่ เพราะหากใครมีอาชีพหลักในการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น จะให้หันไปเลี้ยงกุ้ง คงเป็นเรื่องลำบาก

เรื่องราวของไม้ผลหลังน้ำลด คุณทวีศักดิ์ ด้วงทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตไม้ผล กรมส่งเสริมการเกษตร อีกในฐานะหนึ่ง คือที่ปรึกษานิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มาให้แนวคิดเกี่ยวกับการฟื้นฟูสวนหลังน้ำท่วม ดังต่อไปนี้


กรณีที่ต้นไม้ยังเสียหายไม่หมด

“กรณีของต้นไม้ยังไม่ตาย ดินยังไม่แห้ง อย่าไปเหยียบย่ำที่โคนต้น ขณะเดียวกันก็พยายามหาทางระบายให้น้ำไหลออกให้เร็วที่สุด เมื่อดินแห้งแล้ว ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อป้องกันการคายน้ำมาก จากนั้นให้ปุ๋ยทางใบ เป็นการบำรุงต้น” คุณทวีศักดิ์ ให้คำแนะนำ

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด…ควรทำอย่างไร?

สวนทุเรียน ใน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด หลังน้ำป่าจากเขาบรรทัดพัดต้นทุเรียนปลูกใหม่หายทั้งสวน
“หากพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้นเสียหายทั้งหมด ควรรีบหาพืชอายุสั้นเข้าไปปลูก พืชอายุสั้นที่ว่าอายุเก็บเกี่ยวได้หลังปลูก 30-45 วัน เมล็ดพันธุ์มีจำหน่ายทั่วไป หากพอมีทุนก็ซื้อปลูกเอง ทางราชการก็มีงบฯ สนับสนุนบ้าง” คุณทวีศักดิ์ บอก

ในระหว่างที่เริ่มลงไม้ผลหลักที่เคยปลูกอยู่ เป็นต้นว่าเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง มะพร้าว ส้มโอ ผอ.ทวีศักดิ์ แนะนำว่า ควรจะพิจารณาปลูกไม้ผลอายุสั้นลงในพื้นที่ไปก่อน หรือลงไปพร้อมๆ กัน ไม้ผลอายุสั้นที่ว่าประกอบไปด้วย กล้วย และมะละกอ


หลังปลูก 6-7 เดือน มะละกอสามารถเก็บผลผลิตได้ หากเป็นมะละกอส้มตำเก็บได้เร็วกว่านี้ สำหรับกล้วยปลูกไปแล้ว 8-9 เดือน ก็มีผลผลิต การปลูกพืชผลอายุสั้นอย่างกล้วยและมะละกอ สามารถแซมในระหว่างไม้ผลหลักได้ทันที หรือจะปลูกไปก่อน แล้วปลูกไม้ผลหลักทีหลัง ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

“กล้วย ซื้อหน่อราคาไม่แพง 5-10 บาท เป็นกล้วยน้ำว้าก็ได้ กล้วยหอมทองก็ได้ มะละกอก็ซื้อผลมากิน นำเมล็ดมาเพาะได้เลย หากต้องการขายมะละกอสุกก็ปลูกพันธุ์ฮอลแลนด์ แขกดำ หากมะละกอกินดิบหรือส้มตำก็ปลูกแขกนวล การหาพันธุ์มะละกอไม่ยุ่งยาก ปอกกินเนื้อ นำเมล็ดมาเพาะ 15-20 วัน ก็ปลูกได้แล้ว ส่วนการเลือกหน่อกล้วย ควรเลือกหน่อที่อ้วน ใบแคบ เมื่อนำลงปลูกจะเจริญเติบโตเร็ว หากเป็นหน่อใหญ่ ใบกว้าง เมื่อปลูกควรตัดใบหรือยอดทิ้ง จะเจริญเติบโตเร็ว ต่างจากที่ไม่ตัดจะเจริญเติบโตช้า” ผอ. ทวีศักดิ์ อธิบาย

สำหรับการดูแลรักษานั้น

เมื่อเริ่มปลูก หากมีปุ๋ยอินทรีย์ใส่ให้ก็จะดียิ่ง เหตุที่มีปุ๋ยแล้วดี เพราะหลังน้ำท่วม ดินยังขาดความอุดมสมบูรณ์

เรื่องการรดน้ำก็มีความจำเป็น ถึงแม้จะผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมไปแล้วก็ตาม

ส่วนไม้ผลของท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ก็ให้ความสนใจ ซึ่งจะว่ากันหลังน้ำลดไปแล้ว ไม้ผลที่ว่าก็เช่น ทุเรียน จังหวัดนนทบุรี ส้มโอขาวแตงกวา จังหวัดชัยนาท

ผอ. ทวีศักดิ์ บอกว่า เรื่องของทุเรียน อยากทำเป็นต้นแบบออกมา เป็นต้นว่า ทุเรียนเมืองนนท์ ทำไมคุณภาพดี เมื่อมีต้นแบบแล้ว คนท้องถิ่นอาจเกรงว่าจะมีน้ำท่วมซ้ำซาก ก็จะนำต้นแบบไปให้เกษตรกรถิ่นอื่นพิจารณา เช่น นำไปปลูกที่นครนายก ปราจีนบุรี เป็นต้น

“กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมเรื่องของพันธุ์พืชอยู่ส่วนหนึ่ง เมื่อน้ำท่วมได้รับความเสียหาย เกษตรกรคงปลูกไม้แบบเดิมที่เขาเคยปลูก แต่ควรซื้อต้นพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ช่วงนี้ ราคาต้นพันธุ์อาจจะแพงพอสมควร เพราะพื้นที่เสียหายมีมาก” ผอ. ทวีศักดิ์ แนะนำ

จากประสบการณ์ที่นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านพบเห็นมา พืชอีกชนิดหนึ่งที่ควรพิจารณานำเข้าไปปลูกเสริมในระบบสวนคือ “ไผ่”

“ไผ่อินโดจีน” ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าของสวนเล่าว่า พื้นที่นี้ ถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน ระดับน้ำสูงประมาณ 3 เมตรครึ่ง หลังจากระดับน้ำลดลงก็พบว่า ไผ่อินโดจีนที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ 12 ไร่ ยังยืนต้นอยู่ได้ไม่ล้มตาย
ทั้งนี้ เพราะปัจจุบัน มีการพัฒนาพันธุ์ไผ่ ได้สิ่งใหม่ๆ ออกมา เป็นที่น่าสนใจมาก บางสายพันธุ์ ปลูกเพียง 8 เดือน ก็เริ่มให้หน่อแล้ว หากต้องการปลูกไผ่ ควรกันที่ไว้ส่วนหนึ่ง ปลูกเดี่ยวๆ ก็จะดี เพราะรากของไผ่แรงมาก เคยมีคนปลูกไผ่แล้วแซมกล้วยเข้าไป ปรากฏว่า กล้วยสู้ไผ่ไม่ได้

ที่แนะนำตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่า เกษตรกรทั่วประเทศต้องหันมาปลูกไผ่กัน แต่อยากนำเสนอไว้เป็นทางเลือก เพราะประโยชน์จากไผ่นั้นมีมากมายมหาศาล หากปลูกไม่มากนัก หน่อใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายอย่าง ลำไผ่ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง

ผู้ที่ศึกษาเรื่องไผ่อย่างจริงจัง แทนที่จะเป็นพืชเสริม อาจจะเป็นอาชีพหลักเลยก็ได้

เกษตรกรที่ลงมือปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่มีอายุ 3-5 ปี จึงจะเก็บผลผลิตได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่จะเก็บผลผลิตจากพืชหลักได้ มะละกอและกล้วยช่วยเกษตรกรได้