‘ชายผ้าถุงแม่’ เครื่องรางสุดศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องผ่านการปลุกเสกใด ๆ

โดยถ้าหากย้อนไปในสมัยโบราณซึ่งมีความเชื่อของชายไทยในโบราณว่าในเวลาที่จะต้องไปออกศึกออกรบก็มีความเชื่อที่ว่าถ้าหากขอเศษผ้าชายผ้าถุงแม่ พี่ขอสร้างหมวกฟางของพ่อมาพกติดตัวนั้นก็ถือว่าเป็นเครื่องรางชั้นดีโดย 2 สิ่งนี้ถือเป็นตัวแทนความรักอันบริสุทธิ์และเมื่อลูกหลานระลึกความดีของงาม ในความกตัญญูของลูกที่อยู่ในใจและคุณธรรมต่อคุณธรรมมาบรรจบกันจึงทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยที่ไม่ต้องสงสัยกันเลยทีเดียวไม่จำเป็นต้องปลุกเสกอีกต่อไป

โดยมีความเชื่อว่าสัญลักษณ์จากพ่อแม่นั้นจะสามารถช่วยปกป้องคุ้มครองเราจากสิ่งไม่ดีได้เพราะพ่อแม่เปรียบเสมือนพระที่อยู่ในบ้านของเรา โดยใช้ผ้าถุงแม่นั้นถือเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายเพราะอยู่ในบ้านของเราเองถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้แต่ไม่มีการไปออกรถแต่อย่างใด แต่ถ้าหาคนไหนมีเหตุจำเป็นจะต้องเดินทางไกลก็จะมีการพบเครื่องรางของขลังสิ่งเหล่านี้มันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างขวัญกำลังใจให้กับตัวเราได้อย่างเช่นของพระครู ศิริพงษ คุรุพันธกิจ ที่ได้มีการเล่าไว้ว่า

แม้ในทุกวันนี้ทหารไทยยามออกรถหรือไม่จะต้องเดินทางไกลหรือแม้ว่าจะมีเหตุอันใดที่จะต้องไปประกอบอาชีพอันใดก็ตามเครื่องรางอย่างผ้าถุงแม่ ก็ยังสามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสามารถเป็นเรื่องที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อย่างเสมอ โดยย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2553 พระครูนั้นได้รู้จักกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนต่อในระดับปริญญาตรีเอกบรรณารักษ์เป็นเด็กที่มีอัธยาศัยดีและกลายเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน โดยเด็กหนุ่มคนนี้มีครอบครัวเป็นหลักฐานประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจึงสามารถเลือกใช้เป็นหัวหน้าห้องปลัดกระทรวงได้เป็นผลสำเร็จ อีกทางประกอบด้วยมีนิสัยที่ขยันหาขยันเก็บวันหยุดก็จะไปเปิดท้ายขายของ และวันหนึ่งเกิดเบื่อชีวิตข้าราชการต้องการทำงานที่มีอิสระมากยิ่งขึ้นและชอบค้าขายเป็นทุนเดิม พอเหมาะกับมีคนติดต่อให้ไปเป็นผู้จัดการร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศจึงทำให้เขามีโอกาสตัดสินใจออกจากราชการในทันที

ก่อนออกเดินทางเขาก็เข้าไปกราบแม่อวยพรขอให้แม่อวยพรให้เขาประสบความสำเร็จและขอบชายผ้าถุงแม่เป็นวัตถุมงคลที่ระลึกและติดตัวจนเขานั้นไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านอาหารได้ปีเศษ ก็มีคนขายกิจการร้านอาหารไทย จึงทำให้เขานั้นตกลงซื้อได้ทันทีและด้วยความขยันวางแผนการจัดการจึงทำให้เขานั้นสามารถลงมือทำทุกๆอย่างเอง ได้ตั้งแต่ หาซื้อวัตถุดิบ ปรุงอาหาร รวมถึงการอบรมกิริยาสั่งสอนมารยาทของพนักงานต้อนรับในร้าน จนทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จภายในเพียงแค่เวลา 3 ปีเท่านั้น และสามารถส่งเงินกลับมาดูแลแม่และรักษาภรรยาที่ป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ

จากนั้นก็มีการส่งเงินให้แม่ซื้อที่ดินพร้อมปลูกบ้านหลังงามในเมืองไทยและซื้อบ้านที่อเมริกาได้อีก 1 หลังโดยในปัจจุบันนี้ปริญญาที่เมืองไทยของเขานั้นเสียชีวิตลงด้วยโรคร้ายต่างๆจึงทำให้เขาสามารถมีภรรยาใหม่ ที่ต่างแดนด้วยอาชีพของภรรยาของเขานั้นก็มั่นคงและได้รับสิทธิ์เป็นคนอเมริกันอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องจ้างใครรับรองไม่ต้องอยู่อย่างหลบหลีกคิดจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จและทำให้แม่ที่อยู่ในไทยภาคภูมิใจอีกด้วย

โดยเขามาจะได้มีโอกาสโทรหาเพื่อนสนิทในเมืองไทยซึ่งทุกคนก็มาจะถามว่าทำอะไรถึงมีอนาคตดีๆขนาดนี้มีพระดีอะไรไว้หรือไม่ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาไม่เคยทำบุญหรือทำองค์กรกุศลอย่างไรสิ่งที่เขาคิดถึงอย่างเดียวนั่นก็คือแม่เพราะพ่อเสียไปนานแล้วทุกครั้งที่เขาลงมือทำอะไรเขาก็จะนึกถึงแม่ให้ช่วยอยู่เสมอและเขาก็มักจะส่งเงินให้แม่ทุกเดือนและแม่ใช้จ่ายขาดหรืออะไรเขาก็จะหาให้ไม่เคยขาดเพราะแม่ แม่ผู้รับเงินแทนคุณจากลูกทำบุญตักบาตรสร้างกองการกุศลให้ลูกทุกวันและมักจะโทรศัพท์ถึงลูกบอกลูกว่าแม่ทำบุญตักบาตรไหว้พระ อธิษฐานให้หนูเจริญรุ่งเรืองประสบความสำเร็จ แม่อธิษฐานให้พรลูกทุกๆ วันเลยนะ ให้ลูกเจริญๆ ประสบความสำเร็จเป็นที่เมตตารักใคร่ของคนทั่วไปปราศจากอุปสรรคภยันตรายนะลูก

ซึ่งเรียกได้ว่าเรื่องราวนี้สามารถยืนยันว่าเทพเจ้าแห่งความสำเร็จของทุกคนนั้นไม่ใช่พระหรือเทพเจ้าสิ่งอื่นได้แต่คือพระที่เดินดินธรรมดาไม่ได้ล่องลอยอยู่บนฟ้าหรืออากาศนั่นก็คือพ่อแม่ของเรานี่เองลูกทั้งหลายคนนั้นก็มีพระพ่อพระแม่อยู่ที่บ้านฉะนั้นในวันนี้ควรบูชากราบไหว้ท่านให้ท่านอยู่อย่างสุขสบายในยามที่ท่านยังอยู่ดีกว่า .

สิ่งที่น่าคิดแม่ของหนุ่มรายนี้เป็นแม่ตัวอย่างที่ประเสริฐที่มีแต่พรออกจากปากแม่สู่ลูก ผิดกับแม่สลัมแม่ใจแตก แม่ที่ปากร้ายวันๆ เอาแต่ก่นด่าลูก ให้มันไปตายโหงตายห่า อ้ายลูกเหี้ย อ้ายลูกฉิบหายสร้างแต่ความเดือดร้อน ก็เพราะสังคมโลกยังมีแม่ที่ไร้การอบรมจริยาขาดความรักที่กลั่นออกจากใจสังคมจึงมีแต่ลูกติดยา ลูกอันธพาล ลูกฉกชิงวิ่งราว ลูกปล้นจี้ข่มขืน ท่านผู้อ่านแยกแยะ ผิดถูกชั่วดีเอาเองก็แล้วกันว่าจะเป็นแม่และลูกประเภทไหน ขอแถมหน่อย ชายผ้าถุงแม่ที่หนุ่มผู้บูชาดีพลีถูกแล้วประสบความสำเร็จนำไปนั้นเขานำไปถักเป็นเปียแล้วสอดไว้ในปลอกหมอนที่ใช้หนุนนอนทุกวันและสิ่งที่หนุ่มนายนี้ภูมิใจที่สุดคือ ตัวของเขาเป็นคนไทยที่มีลูกจ้างในร้านทั้งหมดเป็นฝรั่ง ผิดกับนักขุดทองต่างแดนหลายๆ คน ที่ต้องเป็นขี้ข้ารับใช้ฝรั่งแต่เขาเป็นนายฝรั่ง หนุ่มนายนี้ไม่เคยขาดทุนกับการค้าไม่ว่าหิมะจะถล่ม ฝนจะตกน้ำจะท่วม ร้านเขาขายดิบขายดีด้วยพรของเทพเจ้าแห่งความสำเร็จคือ “แม่” ที่ส่งพรถึงเขาทุกเมื่อเชื่อวัน ณ รัฐเคนตั้กกี้ สิ่งหนึ่งที่หนุ่มคนนี้ทำไม่เคยขาดเลยตั้งแต่ทำงานได้เงินเดือนเป็นของตัวเอง เมื่อครบรอบวันเกิดเขาจะซื้อของขวัญไปกราบที่ตักแม่ พร้อมถามแม่ว่าแม่จำได้หรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร วันนี้เป็นวันที่แม่เจ็บปวดที่สุด ที่แม่ได้ให้ชีวิตนี้แก่ลูก

แล้วมีอีกหนึ่งเรื่องราวของสารวัตร พ.ต.อ.(พิเศษ) พีระ บุญเลี้ยง กับเรื่องเล่า ที่เคยกล่าวว่าตัวเองนั้นและอาสาสมัครลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 ชายแดนจังหวัดภาคใต้และตะวันออกปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นก็มีการเข้าแผนโจมตีประมาณตอน 7:00 นด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 ฝังเข้าบริเวณหัวกระโหลกคิ้วจากนั้นก็ได้ถูกนำมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในจังหวัดกรุงเทพฯเวลาในการใช้ระยะทั้งหมดในเวลา 6 เดือนจึงสามารถเกือบเป็นปกติได้แต่กระสุนปืนยังไม่ถูกผ่าออกอย่างใด จากนั้นก็ถูกย้ายให้มาประจำการที่ กทม. ให้หลังจากนั้นอีกประมาณ ๕ ปี กระสุนปืนที่ค้างในกะโหลกจึงถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้คนหลายคนตามต่างถามว่าพกเครื่องรางอะไรถึงจะสามารถป้องกันภัยได้ดีขนาดนี้โดยเขาก็บอกว่าเครื่องรางที่ดีที่สุดนั่นก็คือชายผ้าถุงแม่ ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก

“เครื่องรางที่ดีที่สุดคือ ชายผ้าถุงของแม่ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก ก่อนที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ได้ไปกราบลาขอพรรวมทั้งขอชายผ้าถุงของท่าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชายผ้าถุงของแม่แสดงปาฏิหาริย์จริงๆ”