สอนเพาะเห็ดโคน จากจอมปลวก เก็บกินแทบไม่ทัน ขายได้ตลอดทั้งปี

สำหรับใครหลายคนคงเคยเห็นรังปลวกกันเป็นอย่างดี โดยในจุดบริเวณรังปลวกนี้จะเป็นจุดที่ปลวกขับถ่ายเนื้อเศษไม้ เซลลูโลส ซึ่งผ่านกระบวนการเคี้ยวและการย่อยสลายไปเพียงบางส่วนในลำไส้ของปลวก จึงทำให้ในบริเวณนี้จะมีเห็ดเกิดขึ้นอย่างมากมาย และจะมีสวนเห็ดที่ชุ่มไปด้วยความเปียกชื้นสูงเป็นอย่างมากโดยจะมีเส้นใยสีขาวจากเห็ดเจริญเติบโตทั่วเต็มไปหมดนั่นก็คือเส้นใยของเห็ดเชื้อราหลากหลายชนิดรวมถึงถึงเห็ดโคนด้วยเช่นกัน โดยเส้นใยเห็ดนี้จะสามารถเจริญเติบโตกลายเป็นเห็ตดีๆได้เลย

โดยรังปลวกนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมีอากาศที่อบอ้าวและร้อนจัดและฝนตกหนักจนทำให้ดินเปียกชุ่มละอ่อนตัวจะกลายเป็นฤดูพยบย้ายรังปลวกในขณะที่ปลวกนั้นกำลังอยู่ในสภาวะสืบพันธุ์เป็นจำนวนมากนับแสนนับล้านตัว โดยในช่วงนี้ปลวกจะกลายเป็นแมงเม่าจึงทำให้ประชากรปลวกในรังนั้นลดลงอย่างรวดเร็วโปรดที่เหลือก็ไม่สามารถกินลาได้ทันจึงทำให้ราที่เป็นเชื้อเห็ดนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ นี่ก็ทำให้เห็นว่ารังปลวกที่ปราศจากปลวกนั้นสามารถมีสปอร์ของเชื้อเห็ดโคนปะปนและสามารถนำกลับมาเป็นสวนเห็ดขนาดเล็กได้โดยเฉพาะเห็ดโคน

โดยเห็ดโคนนั้นถือเป็นเหตุที่พบได้ในจังหวัดเพชรบุรีและตะวันตกของกาญจนบุรี โดยเห็ดชนิดนี้ที่มีรสชาติที่อร่อยและคุณภาพที่ดีจึงมีราคาที่สูงโดยที่ 1 ปีสามารถหากินได้ครั้งหนึ่งและการเกิดเหตุโคนกับความสัมพันธ์กับพวกนั้นบอกเลยว่ามันเป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันตามธรรมชาติ หรือก็คือปลวกจะอาศัยเห็ดในการย่อย cellulose และlignin จากเศษไม้ในรังปลวกให้เป็นโมเลกุลของน้ำตาล ส่วนเห็ดจะอาศัย สารเคมีที่ปลวกขับถ่ายออกมา ปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราจัดอยู่ใน Family Termitidae จำแนกพบในประเทศไทยมี15 ชนิด จัดอยู่ใน 5 สกุล ดังนี้ สกุล Odontotermes พบ 8 ชนิด สกุล Macrotermes พบ 4 ชนิด สกุล Hypotermes พบ 1 ชนิด สกุล Ancistrotermes พบ 1 ชนิด และสกุล Microtermes พบ 1 ชนิด

โดยได้มีงานวิจัยมีการเพาะเลี้ยงเห็ดโคนโดยการนำเชื้อเห็ดโคนในถุงที่มีผู้ทดลองทำหลายคนซึ่งบอกแต่ว่ายังไม่มีใครประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เพราะการเกิดเห็ดโคนที่เกิดขึ้นในบริเวณที่มีรังปลวกเท่านั้นดังนั้นแนวคิดในการเพาะเห็ดโคนควรจำเป็นจะต้องมีการเลี้ยงปลวกเพื่อชักนำในการเกิดเชื้อเห็ดโคนในพื้นที่ที่ต้องการปลวกต้องการนำมาเลี้ยงนั้น จะเป็นชนิดที่จำเป็นจะต้องเพาะเชื้อเห็ดโคนได้เท่านั้นไม่ใช่ปลวกบ้านที่ทำลายไม้อย่างที่เราเห็นกันอยู่ในทุกๆวันซึ่งก็คิดว่าผลการวิจัยนี้จะสามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสร้างรายได้เกษตรกรได้หลากหลายคน

ชนิดของปลวกจำแนกตามพฤติกรรมการกินอาหาร สามารถจำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มปลวกกินเนื้อไม้(Wood feeder termites)

2) กลุ่มปลวกกินดินและอินทรียวัตถุ (Soil and humus feeder termites)

3) กลุ่มปลวกกินไลเคน (Lichen feeder termites)

4) กลุ่มปลวกกินทั้งเนื้อไม้ เศษไม้ ใบไม้ และเพาะเลี้ยงเชื้อราไว้ในรัง (Fungus growing termites)

ความสัมพันธ์ เห็ดโคน กับ ปลวก

เรียกได้ว่าทั้งสองสิ่งนี้จึงมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเป็นอย่างมากโดยต่างฝ่ายจะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ในการเจริญเติบโตด้วยเห็ดโคนเจริญเติบโตออกจากรังปลวก ถ้าพบเห็ดโคนในบริเวณใดก็ตามเมื่อ

ขุดลึกลงไปจะพบว่าเห็ดโคนเจริญเติบโตออกมาจากรังของตัวอ่อน เมื่อเห็ดโคนเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะมีการสร้างสปอร์ในบริเวณครีบดอก และในนั้นเองก็จะมีดอกเห็ดบานออกมา ซึ่งจะถูกลมพัดพาไปตกในบริเวณที่เหมาะสมหรือในบริเวณที่มีอินทรีย์วัตถุมากๆ ซึ่งจะมีกลิ่นดึงดูดปลวกและเป็นอย่างดีโดยพวกนั้นจะสามารถกินอินทรีย์วัสดุให้กลายเป็นอาหารพร้อมกับค่าบางส่วนเข้าไปในรังเพื่อเก็บไว้เป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อน โดยในการสร้างรังปลวกนี้จะมีการเริ่มที่พื้นผิวของดินก่อนและสปอร์ของเห็ดโคนจะเข้าไปในรังพร้อมกับเจริญเติบโตกลายเป็นเส้นใยอยู่ภายในร่างเลี้ยงตัวอ่อน จากนั้นเส้นใยของเห็ดโคนก็จะพัฒนากลายเป็นตุ่มขนาดเล็กซึ่งจะกระจายไปทั่วบริเวณส่วนเหตุที่อยู่ภายในรังเลี้ยงตัวอ่อนซึ่งถ้าหากสภาพแวดล้อมพอเหมาะและความจุที่พอเหมาะตุ่มดอกเห็ดนั้นจะมีการพัฒนาเติบโตไปเป็นเห็ดโคน

การเจริญเติบโตของเห็ดโคนในรังปลวกโดยจะมีการแบ่งออกเป้นทั้งหมด 3 ระยะด้วยเช่นกัน

ระยะที่ 1 – เป็นระยะที่จะเริ่มต้นภายในรังตัวอ่อนจะปรากฏอยู่ว่าจะมีกลุ่มเส้นใหญ่ลักษณะคล้ายลูกวงกลมกระจายทั่วโดยเส้นใหญ่นี้จะมีสีขาวซึ่งเป็นเส้นใยของเห็ดโคนโดยจะมีการรวมตัวกันเป็นเจริญเติบโตเป็นกลมเล็กๆซึ่งมีขนาดประมาณ 0.5-1.5 มม. และบางครั้งจะพบเส้นใยสีเขียวมะกอกซึ่งเป็นกลุ่มเส้นใยของเชื้อรา Xylaria sp. เจริญปะปนอยู่ด้วย โดยตัวอ่อนของปลวกนั้นจะช่วยดูแลและควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยและกระตุ้นและช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเส้นใยของเห็ด

ระยะที่ 2 – เป็นช่วงที่ปลวกจะกินเส้นใยน้อยลงเพราะว่ามีการอพยพไปสร้างรังใหม่จึงทำให้เส้นใยเห็ดโคนมีการเจริญเติบโตจนกลายเป็นกลุ่มเส้นใหญ่คล้ายกำมะหยี่สีขาว โดยในระยะนี้เส้นใยนั้นจะเริ่มพัฒนากลายเป็นส่วนของรากพืชเจริญเติบโกเป็นดอกเห็ดและมักจะเกิดในช่วงฤดูฝนจากนั้นก็จะพัฒนากลายเป็นดอกและมีลักษณะเป็นแท่งขนาดเล็กสีดำแต่ไม่สามารถผ่านชั้นดินขึ้นมาได้โดยจะเกิดขึ้นในเฉพาะเราปวดเท่านั้น

ระยะที่ 3 – เป็นระยะสุดท้ายซึ่งไม่มีเชื้อเห็ดโคนและไม่มีตัวปลวก จะมีเส้นใยของเชื้อรา Xylaria sp.ขึ้นกระจายอยู่ไปทั่วรังบางครั้งก็สามารถโผล่พ้นออกมาจากรังได้

สภาพแวดล้อมที่หมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด..

เนื่องจากรังปลวกนั้นมีความชื้นสูงมาก จึงทำให้อุณหถูมิในร่างกายของปลลวกมีความชื้นปประมาณ 28-30 องศา และนอกรังจะมีอุณหถูมิประมาณ 26-27 องศา โดยมีสภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 5.0-5.6 และความชื้นสัมพัทธ์ของบรรยากาศประมาณ 70-80%

ด้วยเหตุนี้เราสามารถเอารังปลวกมาเป็นเชื้อในการปลูกเห็ดโคนได้ด้วยเช่นกันโดยทำดังนี้

1.ใช้จวกปลวกเพียงเล็กน้อยประมาณหนึ่งกำมือ ต่อ ข้าวสวย 1 กิโลกรัม

2. คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน และเติมน้ำเปล่า 20 ลิตร

3. เอารังปลวก 1 กำมือ ผสมข้าว 1 กิโลกรัม เติมน้ำ 20 ลิตร หมักใว้ในถัง

4.วางในที่ร่มทิ้งใว้ 7-10 วัน แล้วเอาไปราดลง จอมปลวกข้างบ้าน

5.หาฟางหรือใบใม้มาคลุม เสร็จแล้วให้รดน้ำพอชื้น ประมาณ 10-15 วันก็จะมีเห็ดโผล่ขึ้นมา

ซึ่งในตามปกติของทางวิทยาศาสตร์ ปลวกนั้นไม่สามารถย่อยเซลลูโลสเองไม่ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยโปรโตซัวและเชื้อราในการช่วยย่อยและเพราะเหตุนี้เองเราก็สามารถนำมาประยุกต์ขยายเชื้อเรานี้โดยการแยกเศษไม้ใบไม้ให้มันสลายตัวได้เร็วขึ้นโดยมีการหมักไวน์ทุกวันซึ่งจุลินทรีย์โปรโตซัวส่วนตัวเป็นฝ้าสีขาวได้นั่นเอง