โดนไล่ออกจากงาน พลิกชีวิตรวยเพราะหันมาทำเกษตร มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย

โดยในช่วงยุคเศรษฐกิจแบบนี้ก็ทำให้มีสถานที่หลายที่นั้นจะต้องปิดกิจการลงไปและทำให้พนักงานหลายคนจะต้องเคว้งคว้างจนหาหนทางไปต่อไม่ได้และในบางที่ก็มาเจอกับการยุบแผนกเพื่อลดจำนวนพนักงานโดยเป็นการลดต้นทุนซึ่งแน่นอนว่าใครหลายคนก็ไม่อยากจะเจอเหตุการณ์แบบนี้แต่ถ้าหากเจอแล้วก็คงจําใจต้องยอมเพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ออกมาแล้วใครหลายคนก็ต้องดิ้นรนหาหนทางกันต่อไปในฉบับของแต่ละคน

แต่ในบางครั้งการที่โดนอย่างนี้นะอาจจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกให้เรานั้นเริ่มต้นในสิ่งใหม่ๆได้ด้วยเช่นกันโดยในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับคุณ เอีย อารีย์ เพ็งสุทธิ์ โดยเป็นอีกหนึ่งบุคคลหนึ่งที่เคยเป็นมนุษย์ออฟฟิศแต่แล้วก็ต้องพบเจอกับปัญหา ต้องถูกเลิกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนก Corporate Marketing ของบริษัทประกันภัยในเครือธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง

โดยในตอนนั้นเธอสามารถสร้างรายได้รับเงินเดือนประจำถึงหลักแสนเลยทีเดียวโดยในตอนที่เธอออกมานั้นเธอมีเพียงแค่เงินทุน 1 ก้อนเด็กๆที่อยู่ในแผนกเดียวกันก็สามารถไปหางานใหม่ได้เพราะอายุยังน้อยแต่ในส่วนของคุณเอียนั้นที่อายุเยอะแล้ว หางานใหม่ก็ลำบากแม้จะไปสมัครงานใหม่ไว้อย่างมากมายแต่ในใจก็มีความคิดอีกหนึ่งหนทางที่อยากจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

โดยในตอนแรกธุรกิจแรกที่เธอทำ ก็คือทำแกงถุงและไปฝากขายตามออฟฟิศพรรคพวกที่เคยร่วมงานกันมา แต่ยังไม่ทันลงมือก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งที่ชื่นชอบการทำเกษตรเป็นชีวิตจิตใจเข้ามาแนะนำหนทางว่าให้ทำฟาร์มเห็ดเพราะมีแนวโน้มว่าตลาดจะโตมากยิ่งขึ้น

โดยในตอนแรกคุณเอียก็อยากจะทำผักแบบไฮโดรโปนิกส์เพราะเคยทำงานทางด้าน Marketing มาก่อนและรู้จักคนในแวดวงโรงแรมมาอย่างมากมายรวมถึงร้านอาหารต่างๆ และประกอบกับเคยไปทำฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์จึงอยากจะไปทำบ้างแต่พอศึกษารายละเอียดต่างๆก็รู้ว่าจำเป็นจะต้องใช้เงินที่สูงพอสมควร เธอจึงหันไปสนใจโปรเจ็กต์ที่น้องคนดังกล่าวได้แนะนำมานั่นก็คือการทำฟาร์มเห็ด

โดยได้หันมาศึกษาการเพาะเห็ดและตะเวนหาความรู้เกี่ยวกับเห็ดทุกรูปแบบนับตั้งแต่การลงก้อนการรักษาและขั้นตอนวิธีต่างๆอย่างมากมายและใช้เวลาเพียงไม่นานก็มีวิชาเห็ดติดตัวและขั้นต่อไปจึงได้ไปหาเช่าซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด เพราะในบ้านที่เธออยู่นั้นเป็นเพียงแค่บ้านทาวน์โฮมตามสมัยนิยมจึงไม่มีพื้นที่มากพอที่จะทำโรงเพาะเห็ดแต่พอไปหาที่ไหนก็มีค่าที่แพงจนรับไม่ไหว

โดยได้มีการขับตระเวนหาเช่าที่ไปจนทั่วจนเกิดความรู้สึกท้อใจและเกิดความคิดว่าจะไม่ทำแล้วแต่ระหว่างทางก่อนถึงจะพากลับบ้านเพียงแค่ 1 ซอย ก็ได้ไปเห็นป้ายประกาศให้เช่าพื้นที่ 2 แปลงแปลงละ 100 ตารางวากับ 200 ตารางวา จึงได้ยกหูโทรศัพท์รีบโทรถามขอทราบเงื่อนไขและราคาก็รีบตอบตกลงในทันที โดยเธอนั้นได้ทำสัญญากับเจ้าของที่ดินเป็นเวลา 2 ปีและใช้เงินมัดจำ 10,000 บาทและค่าเช่าที่เดือนละ 3,000 บาทหากพบในปีแรกก็สามารถทำสัญญาเป็นแบบปีต่อปีได้

โดยในช่วงแรกที่เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็เริ่มจากการถางหญ้าที่สูงประมาณเอว และปรับหน้าดินล้อมรั้วจากนั้นก็ไปขอน้ำขอไฟเดินสายเข้ามายังที่ดินด้วยเงินลงทุนเพียงแค่ 50,000 บาทก็ได้โรงเรือนเพาะเห็ดขนาด 4 * 6 เมตรจำนวน 2 หลังจากนั้นก็นำเห็ดก้อนนางฟ้าภูฐานจำนวน 2,500 ก้อนมาลงไว้ในโรงเรือนหลังแรกส่วนหลังที่ 2 ยังไม่ได้ลงก้อนเห็ดแต่สร้างรอไปก่อน

โดยเห็ดล็อคแรกสวยเป็นอย่างมากออกมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนสามารถเก็บขายได้ประมาณ 80 กิโลกรัมแบ่งขายส่ง 20 กิโลกรัมกิโลกรัมละ 70 บาทและขายปลีกกิโลกรัมละ 120 บาทโดยคนส่วนใหญ่ที่ซื้อก็จะเป็นคนที่คุ้นเคยกันดี และด้วยความที่เนื้อที่เหลือจึงอยากหาพืชชนิดอื่นมาลงทุนปลูกด้วยและไปรู้จักกับคุณตาแถวบ้านซึ่งเป็นหมอชาวบ้านมีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรเป็นอย่างดีจึงขอความช่วยเหลือจากคุณตาคนนี้เพิ่มเติม

โดยคุณเอีย ได้มีการวางแนวความคิดว่าจะปลูกไว้กินก่อนเหลือก็ค่อยขายโดยมีการปลูกพืชส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีอายุสั้นเช่นพริก มะเขือ ต้นหอ มดอกดาวเรือง แตงกวา ถั่วฝักยาวเป็นต้น โดยการปลูกผักนั้นจะไม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงแต่อย่างใดจะปลูกแบบอินทรีย์เกษตรล้วนๆ

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่พืชผักกำลังเติบโตก็จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งจึงจะสามารถเก็บดอกเก็บผลได้เพื่อออกไปจำหน่ายจึงทำให้ขาดรายได้ไป 1 ช่วงจึงแก้ปัญหาในส่วนนี้ด้วยการปลูกต้นอ่อนต่างๆเช่นต้นอ่อนผักบุ้งต้นอ่อนทานตะวันและต้นโตเหมี่ยวเพราะเป็นพืชที่ใช้เวลาไม่เกิน 7 วันก็สามารถเก็บขายได้ ส่วนความรู้ในการปลูกต้นอ่อนนั้นก็มีการค้นหาจากอินเทอร์เน็ตต่างๆและมีการลองผิดลองถูกในช่วงแรกจากนั้นก็พยายามปรับปรุงจนชำนาญจนสามารถตัดออกขายได้หลายๆชุดแล้ว

ซึ่งเพียงแค่ไม่กี่เดือนนั้นฟาร์ม HayDay ฟาร์มแห่งนี้ซึ่งเป็นแปลงผักในเมือง ของ คุณเอีย ก็ให้ผลผลิตมาแล้วอย่างมากมายจนสามารถสร้างรายได้ได้เป็นระยะระยะ โดยในทุกวันศุกร์จะขนผักไปส่งกับเพื่อนๆและคนในออฟฟิศที่รู้จักและก็จะมีการสั่งซื้อกันมาเรื่อยๆโดยคงบริการในเรื่องของความสะดวกที่มีบริการถึงที่และให้แต่ของดีที่มีคุณภาพ

โดยผักส่วนใหญ่ที่ส่งตามออฟฟิศนั้น ก็จะเป็นเหตุและต้นอ่อนต่างๆส่วน แตงร้าน แตงกวา ถั่วฝักยาวก็จะเก็บไว้กินและพุ่งเป้าหมายขายให้กับร้านส้มตำในละแวกบ้าน โดยมีการเดินเข้าไปถามตรงๆโดยในช่วงแรกก็จะมีแม่ค้าทำหน้างงๆเพราะเห็นว่าขับรถเก๋งราคาเป็นล้านแต่มาขายถั่วขายแตงให้กับแม่ค้าลดเข็นธรรมดา

โดยการทำฟาร์มในครั้งนี้ก็ให้คุณ เอีย ได้มองโลกที่แตกต่างกันออกไปหลังจากที่เห็นเงินเพียงแค่พันสองพันเฉยๆแต่ตอนนี้กลับมาต้องรู้สึกตื่นเต้นกับเงินที่สามารถหาได้ไม่กี่ร้อยจากการขายผักของตัวเองโดยสามารถหารายได้ได้ในทุกๆวันขึ้นอยู่กับว่าจะขยันมากน้อยแค่ไหน