ปลูกข่า ลงทุนครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้นาน 10 ปี ดูแลง่าย สร้างรายได้ 5 ล้านต่อปี

ข่าถือเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ มักจะนำมาปรุงอาหารในประเทศไทยได้อย่างหลากหลายเมนู และถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ถูกนิยมนำมาประกอบอาหารกันโดยขานั้นเป็นพืชที่ทนแล้งและสามารถต้านทานโรคได้สูงปลูกง่ายดูแลง่ายจึงไม่แปลกที่ข่ามีความต้องการในตลาดสูงเป็นอย่างมาก…โดยในวันนี้ทางทีมงานก็จะพาทุกคน มารู้จักกับชาวเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้มีประสบการณ์ในการปลูกข่าอย่าง คุณเบียร์-ราชพฤกษ์ รักษาการณ์ โดยตัวเขาเล่นเปลี่ยนผันตัวเองจากนักวิศวกรและนักดนตรีมาเป็นเกษตรกรและศึกษาเรื่องการปลูกพืชอย่างจริงจันทร์จนสามารถประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นนอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้จากการปลูกข่าส่งตลาดและโรงงานได้ถึงปีละ 5 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยข่าตาแดงนั้นเป็นข่าที่มีสีสันสวยงามเนื้อแห้งสนิทและไม่มีเสี้ยน เหมาะอย่างมากสำหรับนำไปบดเป็นผงเพื่อไปจำหน่ายและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ และที่สำคัญลงทุนเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถได้ผลผลิตยาวนานถึง 10 ปีปลูกง่ายแตกหน่อดีให้ผลผลิตได้ทั้งปีอีกด้วย โดยคุณเบียร์ก็ได้มีการแนะนำเทคนิคการดูแลดังนี้

การเตรียมดิน ปลูกข่า

1. การเตรียมดิน ข่าตาแดง เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย ชอบดินชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง หากพื้นที่ใดน้ำขังก็ต้องทำพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน จากนั้นไถดะแล้วไถแปร ไถเปิดหน้าดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร โรยปุ๋ยขี้ไก่แกลบลงไปไร่ละ 1,000 กิโลกรัม แล้วไถกลบ เตรียมตากดินไว้ 7 วัน คลุมหน้าดินด้วยฟางข้าว 100 ก้อน/ไร่ เพื่อเป็นการป้องกันหญ้าไม่ให้เกิดขึ้น

2. การเตรียมต้นพันธุ์ข่าตาแดง ใช้ต้นพันธุ์อายุ 1.6 ปีเท่านั้น เพราะทดลองแล้วว่าอายุข่าตาแดง ขนาดนี้เหมาะในการนำมาปลูก แตกแขนงดี แข็งแรง และมีตามาก นำมาแยกแง่ง ตัดใบ ตัดราก ออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาด แล้วนำต้นพันธุ์ที่เตรียมแล้ว ไปแช่น้ำยาเร่งรากและน้ำยากันเชื้อรา ประมาณ 20 นาที ถ้าเหง้าไหนใหญ่เกินไปก็ตัดแบ่งออก บริเวณรอยแผลที่ตัดให้ทาด้วยปูนกินหมากตรงแผลจะช่วยป้องกันเชื้อราได้ จากนั้นนำไปเพาะชำในแกลบดำ หรือ ขุยมะพร้าว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม รอรากงอกประมาณ 10-15 วัน หากท่านใดไม่อยากรอก็สามารถนำเหง้าข่าที่แช่น้ำยาแล้ว ลงปักดำปลูกได้ทันที

โดยการลงทุนในเริ่มแรกนั้นก็จะมีการลงทุนอยู่ 3แบบ ที่แตกต่างกัน โดยคุณเบียร์ได้มีการแนะนำดังนี้

แบบที่ 1 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 1 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80*60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 1,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 15,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 1,500*30 บาท เท่ากับ 45,000 บาท

แบบที่ 2 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,000 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 2 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80*60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 3,000 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 30,000 บาท เมื่อขายข่า จะมีรายได้เท่ากับ 30,000*30 บาท เท่ากับ 90,000 บาท

แบบที่ 3 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 3 ต้น ได้ 1,500 กอ ระยะห่างในการปลูก 100*100 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 4,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 45,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 4,500*30 บาท เท่ากับ 135,000 บาท

การเตรียม

โดยใช้ขาอายุ 1.6 ปีเท่านั้นซึ่งเหมาะกับการนำมาปลูกและล้างให้สะอาดจากนั้นนำไปแช่ในน้ำยาเร่งรากประมาณ 20 นาทีและนำไปเพาะชำในขุยมะพร้าวจากนั้นก็รดน้ำให้ชุ่มหล่อรากงอกประมาณ 10 ถึง 15 วันก็สามารถนำไปปลูกได้

การให้น้ำ

สำหรับการให้น้ำนั้นในรอบ 1 เดือนให้น้ำเพียงเพียงแค่ 2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น คือวันที่ 1 และวันที่ 16 โดยเปิดน้ำใส่ในแปลงให้น้ำซึมลงไปในแปลง โดยสังเกตจากหน้าดินถ้าหากหน้าดินยังชุ่มก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำแต่ถ้าแห้งก็สมควรที่จะให้น้ำ

การให้ปุ๋ย

สำหรับการให้ปุ๋ยก็ให้ใช้ปุ๋ย ขี้ไก่แกลบเท่านั้น และเสริมด้วยปุ๋ยเคมีเล็กน้อยเวลาการเติบโต 8 เดือน ในช่วงเดือนที่ 1-4 ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ช่วงเดือนที่ 5-7 ให้ใช้สูตร 0-0-60 ใส่โดยโรยรอบกอข่า

การขุดข่า ล้างข่า บรรจุถุง

เมื่อขุดหัวข่าออกมาแล้วก็ทำการตัดวัด 1 กำมือ จากนั้นใช้สายยางฉีดน้ำล้างดินออกให้หมด เอาลงแช่น้ำสะอาดที่ผสมสารส้ม (น้ำสะอาด 100 ลิตร ใส่สารส้ม 1 ก้อนเท่าไข่ไก่ ) จะช่วยให้ข่าสดอยู่ได้หลายวัน จากนั้นบรรจุลงถุง ชั่งน้ำหนัก 10 กิโลกรัม เตรียมส่งจำหน่ายต่อไป