ผลิตแก๊สจากไม้ไผ่ ใช้กับเตาแก๊สทั่วไปและเครื่องสูบน้ำได้

ซึ่งใครหลายคนก็จะรู้จักต้นไผ่กันเป็นอย่างดีโดยต้นไผ่นั้นสามารถนำมาทำประโยชน์ได้อย่างไรไม่ว่าจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นของใช้หรือเอาไปสร้างบ้านสร้างเฟอร์นิเจอร์ก็สามารถทำได้ และต้นไผ่ยังถือเป็นต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้ง่ายขึ้นได้ดีในทุกสภาวะอากาศดำรงได้อยู่ในดินทุกชนิดและยังถือเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจอย่างนึงอีกด้วย โดยตำลึงนั้นนอกจากจะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆแล้วยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นแก๊สได้โดยการนำไม้ไผ่พี่ไม่ได้ใช้แล้ว มาเผาเพิ่มเพื่อสร้างฐานที่มีคุณภาพสูงโดยอบในอุณหภูมิที่ 650 องศาเซลเซียสก่อนที่จะนำไปบดและนำไปเผาเพื่อสร้างกระบวนการผลิตแก๊สขึ้นมา

โดยวิธีการทำนั้นก็คือ

ขั้นตอนที่ 1.นำไม้ไผ่ไปเผาในองศา 650 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่ 2.นำมาบดเป็นชิ้นเล็กๆให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 3.จากนั้นนำไปเผาที่เครื่องทำแก๊สและก็จะได้แก๊สเพื่อนำไปใช้พลังงาานต่อไป

และด้วยเหตุนี้นี่เอง ต้นไผ่นั้นสามารถนำมาทำเป็นแก๊สได้ก็ได้มีชุมชน ผาปัง จ.ลำปาง ผลิตรถใช้แก๊สจากถ่านไม้ไผ่ได้เป็นคันแรกของเอเชีย โดยรถคันนี้ได้มีท่านผู้ว่าได้ทดลองขับเป็นคนแรก ซึ่งรถคันนี้นั้นประหยัดพลังงานสูงสุดและมีการบรรจุถ่านทั้งหมด 25 กิโลกรัมสามารถวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรและมีการเข้าทดสอบมาตรฐาน สมรรถภาพเครื่องยนต์กับกรมขนส่งและกรมธุรกิจพลังงาน และจดสิทธิบัตรในนามมูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง

โดย นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ นายสมชัยกิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการหลายหน่วยงาน ได้เข้าเยี่ยมชม ผลงานจากมูลนิธิพัฒนา ชุมชนผาปัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้มีการปลูกต้นไผ่เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ถึงปีละ 1,095 ตัน โดยมี ผลงานออกมาอย่างมากมาย เช่น ถ่านอัดแท่ง เศษไม้ไผ่ใช้ผลิตเป็นปุ๋ยดินขุยไผ่ ธูปหอมไล่ยุง ตะเกียบ เครื่องสำอางจากผงละอองไผ่ อบอิฐบล็อก เป็นต้น

และในล่าสุดก็ได้มีการผลิตผลงานทดลองอีกอย่างหนึ่งก็คือนำถ่านไม้ไผ่มาผลิตเป็นแก๊สรถยนต์สุดท้ายก็สามารถประสบความสำเร็จ โดยมีการใช้รถจักรยานยนต์ติดตั้งกระบะติดตั้งแก๊สจากถ่านไม้ไผ่เป็นคันแรกซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคันแรกของเอเชีย โดยหลักการทำงานนั้นก็คือไม้ไผ่ก็เปรียบเสมือนกับคาร์บอนและอากาศก็เปรียบคือ ออกซิเจน เมื่อ รวมกันกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นแก๊สได้ และเห็นว่าแก๊ส LPG และ NGV ด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำมาใช้ในรถยนต์ได้

และนอกจากนี้ยังมีผู้สนใจอย่าง Koen Uan Looken วิศวกรหนุ่มชาวเบลเยี่ยม ซึ่งเมื่อเข้าเยี่ยมดูงานก็ได้มีการกล่าวว่า ชิ้นส่วนของไผ่ที่เหลือจากอุตสาหกรรมทั้งระบบ นำไปเข้าเตาเผานาน 3-6 ชั่วโมง เมื่อได้ถ่านไม้ไผ่แล้ว ก็นำเข้าเครื่องบดหยาบ หากต้องการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงต้นทางของพลังงาน เมื่อนำไปใส่ยังเครื่องผลิตพลังงานจากไม้ไผ่มีลักษณะเป็นถัง มีท่อเชื่อมต่อไปยังแหล่งกำเนิดพลังงาน ไม่ได้มีระบบซับซ้อนแต่อย่างใด เป็นการแปรรูป พลังงานอย่างง่าย ไม่มีระบบออโตเมติกแม้แต่ชิ้นเดียว

โดยรถที่ใช้แก๊สจากไม้ไผ่นั้นสามารถวิ่งได้ประมาณ 100 กิโลกรัมต่อถ่านไม้ 5 กิโลกรัมซึ่งถ้าหากบรรจุได้ 25 กิโลกรัมเต็มถังก็สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตรจึงได้เรียกว่าถูกกว่าแก๊สรถยนต์ทั่วไป หากซื้อถ่านจากร้านค้าทั่วไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท เท่ากับถังละ 250 บาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 0.50 บาท

และนี่ก็คืออีกหนึ่งผลงานดีๆจากชุมชนในประเทศไทยที่มีการสร้างผลิตผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆและตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์และธรรมชาติที่ไม่ให้มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกันถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีและน่าสนใจไม่น้อย