เปิดชีวิต! ‘สายเชีย’ จากลูกชาวนา ขอข้าววัด สู่นักธุรกิจร้อยล้าน

ซึ่งแน่นอนว่าใครหลายคนยังคนจำโฆษณาของ สสส. ในชุด จน เครียด กินเหล้า กันอย่างแน่นอน ซึ่งโฆษณาชุดนี้นั้นสร้างชื่อเสียงและความโด่งกังให้กับ..เชีย สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ถือเป็นอีกหนึ่งแสดงหน้านิ่งทีมีผลงานมากมายไม่ว่าจะเป็นโฆษณา หรือ จะเป็น หนังฟอร์มยักษ์หลายๆเรื่อง เช่น Tomb Raider ภาค 2 ,Batman Begins , Rambo 4 , Rescue Dawn , Only God Forgives และ อีกทั้งเขายังเคยทำเมนูอาหารไทยให้กับแองเจโลน่า โจลี มาแล้วด้วยเรียกว่า กระทบไหล่ดารามาแล้วมากมายเลยจริงๆ

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้บอกเลยว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะคุณเซียนั้นผ่่านอุปสรรค์สู้ชีวิตมาอย่างมากมาย โดยชีวิตของเขานั้น คลุกคลีอยู่กับการทำเกษตรและยังเรียนหนังสือไม่จบ ป.3 เพราะสถานะทางบ้านไม่เพียงพอต่อการส่งเรียน ข้าวปลาอาหารก็ขาดแคลนต้องไปจับไปหามากินด้วยตัวเองและทำงานหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ดายหญ้า ดำนา เรียกได้ว่าสู้และดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็รู้สึกสนุกในการหาเงิน เพราะถือเป็นความท้าทายในวัยเด็ก ของตัวเอง

แต่พอเมื่อเข้าอายุ 17 เข้าก็ตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า ทำไมตัวเองไม่มีบ้าน ? จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาและครอบครัวตัดสินใจ ย้ายจากเชียงรายไปอยู่กำแพงเพชรหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยตั้งถื่นฐาน อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชรและเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเช่าที่ดินเพื่อทำนากับพ่อและปลูกบ้านหลังเล็กๆใกล้ๆยุ้งข้าวและมี การหว่านข้าว ปลูกข้าวไว้รับประทานเองและใช้ควายไถนา ซึ่งในตอนนั้นก็มีต้นข้าวสามารถเจริญเติบโต โดยในแต่ละวันเขานั่งเลื่อยไม้เก็บสะสมวันละแผ่นเพื่อสร้างบ้านเป็นของตัวเอง แต่แล้วฝันนั้นก็ไม่เป็นจริงฟ้าก็ไม่เป็นใจเพราะในปี 2527 มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมจนที่นาทาง 50 ไร่เด็กจมหายไปในพริบตาชีวิตพังทลายทุกอย่างไปกับสายน้ำจึงทำให้เค้าต้องเลือกทางเดินใหม่อีกครั้งนึงเพื่อเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง

โดยเขานั้นได้เลือกทางเดินเข้าสู่เมืองกรุงเทพโดยไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะไปทำอะไรและไม่มีจุดหมายปลายทางโดยมากับเพื่อน 2 คนหิ้วกระเป๋าเข้ากรุงโดยเริ่มต้นจากการไปสมัครเป็นนักมวยเพราะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับและต้องไปขอข้าววัดกินขอวัดนอนขอเงินพระเป็นค่าเดินทางก่อนที่จะมีการไปทำงานและข้าวและนอนในมูลนิธิที่พี่ชายบกพร่องทางร่างกายพักอาศัยอยู่โดยในตอนนั้นก็ได้มีการทำงานในมูลนิธิไปพร้อมพร้อมกันกับการทำงานก่อสร้างซึ่งได้ค่าจ้างเพียงวันละ 120 บาทเท่านั้น

แต่แล้วชีวิตก็ถึงจุดเปลี่ยนเมื่อเขาได้กลายเป็นนักแสดงโฆษณาโดยเขานั้นได้พบโฆษณาแห่งหนึ่งรับสมัครนักแสดงตัวประกอบเล่นหนังจากต่างประเทศโดยพบจากในหนังสือพิมพ์ ซึ่งในตอนแรกก็เพียงแค่เข้าไปดูเฉยๆเพราะมีการเก็บเงินค่าสมัคร 150 บาท แต่แล้วก็มีการคลุกคลีกับคนในบริษัทมีการไปนั่งกินเหล้า รู้จักคนนั้นคนนี้จนได้มีการชักชวนไปเป็นนักแสดงตัวประกอบ ซึ่งได้รับค่าจ้างวันละ 150 บาทถึง 300 บาทโดยจากตัวประกอบที่เดินผ่านฉากนั้นฉากนี้เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ในที่สุดเขาก็ได้เล่นโฆษณาชุด จน เครียด กินเหล้าของสสส. และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงที่มีผลงานทางด้านโฆษณาอยู่เรื่อยๆมา

โดยคุณเชีย ถือว่าเป็น นักแสดงชาวไทยอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับและนักแสดงมากชื่อเสียง ซึ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นได้รับโอกาสที่ดีแต่ทุกอย่างนี้ก็ได้ขึ้นมาเพราะตัวเองล้วนๆ “แต่เราดีใจที่เราเป็นตำนาน มันเป็นสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะอาชีพอะไร ยังมีคนพูดถึงอยู่ คำว่าดารามันคือสิ่งที่คนให้เรามา แต่เราเรียกตัวเองว่าเราเป็นนักแสดงทั่วไป ใครจ้างเราก็ไป”

โดยในปัจจุบันนี้คุณเชียนั้น ก็ได้เป็นนักธุรกิจอหังสาริมทรัพย์มีการแบ่งพื้นที่ขายกว่า 600 ไร่ในชื่อ ‘โครงการโอกาสคนไทย’ ซึ่งแน่นอนว่ากว่าที่เขาจะมายืนอยู่จุดนี้และทำเพื่อสังคมได้ย่อมมีทัศนคติที่ดีและน่าสนใจ และยังเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวของลูกทั้ง 3 คนอีกทั้งยังมีการรับงานแสดงโฆษณาภาพยนตร์ต่างๆอยู่เรื่อยๆมา

และนี่ก็คือตัวอย่างของคนที่ไม่สู้ชีวิตและขนขวายหาชีวิตที่ดีให้กับตัวเองจนสามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองล้วนๆซึ่งเรียกได้ว่าหลักการดำเนินชีวิตและการเคารพการตัดสินใจของตัวเองถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับตัวเองเป็นอย่างมากเพราะมันทำให้เรานั้นมีความสุขไม่มีความทุกข์อย่างแน่นอน