แต่งงานเตรียมเสียภาษี! รัฐเตรียมเก็บ ‘ภาษีสินสอด-งานแต่ง’

ซึ่งแน่นอนว่าในปีที่ผ่านมานี้ก็มีคนดังมากมายที่แต่งเข้าประวิวาห์อย่างชื่นมื่น ซึ่งแน่นอน ว่าอัตราเงินค่าสินสอดนั้นบอกเลยก็มากมายมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามีงานแต่งของเหล่าคนดังทั้งหลายในแต่ละที่ก็มีการบอกสินสอนกันอย่างชัดเจน ทุกบาททุกเม็ด กันเลยทีเดียว

อย่างเช่นคู่ดีเจเพชรจ้า ที่หอบเงินไปขอสาว ถึง 8 ล้านบาท ทองคำหนัก 50 บาทแหวรเพชร 2 กะรัต โฉลดบ้านและที่ดินรวม 85 ล้านบาทเช็คเงินสดอีก 20 ล้าน มาสู่ขอสาวนิวเคลียร์และเข้าวิวาห์เป็นที่เรียบร้อย เชน-ธนาลิมปยะ ก็เอาสินสอดจำนวน 168 ล้านบาท ไปสู่ขอ เจมส์-กณิการ์

โดยทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวเลข ที่สวยงามของเหล่าเศรษฐีคนมีเงิน ซึ่งแน่นอนว่างานหลายคนหลายบ้านก็มีการลงทุนกับค่าสินสอด กัน แต่ตอนนี้ ไม่ได้แล้วนะจ๊ะ เพราะตอนนี้ทางกรมสรรพกร จะมีการเก็บภาษีจากสินสอดแล้วจ้า!! เพราะถ้าหากเงินสินสอดนั้นมีมหาศาลถือเป็นการมอบ/โอนเงินจากบุคคลหนึ่งไปอีก คนหนึ่ง ถือว่าเป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยถือเป็นเรื่องนิยมในการหลีกเลี่ยงภาษี หรือ ฟอกเงินได้

“บุคคลที่ได้รับเงินได้จากการอุปการะ หรือจากการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธีแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี จากบุคคลซึ่งไม่ใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน(ทายาท) หรือคู่สมรส จะต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับในส่วนเกินที่ 20 ล้านบาท สำหรับเงินที่ได้รับจากการอุปการะ หรือจากการให้โดยเสน่หาจาก บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส และ 10 ล้านบาท สำหรับเงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธีแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส”

ถ้าหากมีการมอบก่อนที่จะจดทะเบียนสมรส จะต้องเาอสินสอนในส่วนที่มีมูลค่า 10 ล้านบาท จะต้องไปเสียภาษี 5% แต่ถ้าหากให้หลังสมรส จะต้องคิด 5% หรือในส่วนเกิน 20 ล้านบาท ซึง ในตอนนี้ทางพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการแถลงการณ์และข้อบังคับ เป็นที่เรียบร้อยของสินสอดแล้ว โดยจะมีผลบังตับใช้ทันทีวันที่ 1 กันยายน 2562

สินสอดคืออะไร?

สินสอด คือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้แก่พ่อแม่ฝ่ายหญิง เพื่อตอบแทนที่ฝ่ายหญิงยอมแต่งงานด้วย โดยจะส่งมอบให้เมื่อใดก็ได้ ถ้าเป็นทรัพย์สินที่ให้เพื่อขอขมาพ่อแม่ของฝ่ายหญิงที่ตนเองล่วงเกินลูกสาวของเขา ทรัพย์สินนั้นจะไม่ใช่สินสอด ฝ่ายชายจะเรียกเก็บคืนไม่ได้

ฝ่ายชายจะเรียกร้องสินสอดคืนได้ก็ต่อเมื่อ ไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากฝ่ายหญิง หรือไม่มีการสมรสโดยพฤติการณ์ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญา ไม่แต่งงานกัน โดยไม่มีเหตุผลที่ทางกฎหมายยอมรับได้ ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องรับผิดชอบจ่ายค่าทดแทนคู่สัญญาหมั้น