ไม่อายกำพืด เปิดชีวิต ‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ ลูกกรรมกร เด็กตักส้วม ได้ดีเพราะความกตัญญู

ใครหลายคนคงจะรู้จักนักแสดงสาวสวยอย่าง ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด ซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นเธอนั้นประสบความสำเร็จในชีวิตธุรกิจส่วนตัวอย่างมากมายและยังเป็นเจ้าของบริษัทที่ผลิตรายการโปรโมทสินค้าตามหน้าจอทีวีแต่บอกเลยว่ากว่าที่ชีวิตของเธอนั้นจะมาถึงทุกวันนี้เธอก็ต้องใช้ความขยันขันแข็งอย่างมากมายเพราะเธอนั้นไม่ใช่เด็กที่เกิดในกองเงินกองทองแต่อย่างใดโดยในตอนเด็กนั้นพ่อแม่ของเธอนั้นประกอบเพียงแค่อาชีพรับจ้างก่อสร้างและตักส้วมเท่านั้น

“ครอบครัวเรามองว่าจากขี้ที่คนอื่นมองว่าน่ารังเกียจแต่มันคือทองสำหรับเรา มันคือขุมทรัพย์สำหรับเราตอนนั้น ก็ทำแบบนี้ไม่เคยรังเกียจ แม้โดนล้อโดนว่าไอ้เด็กตักขี้เด็กตักส้วมก็ไม่สนใจ”

โดยเธอนั้นก็ได้มีการบอกเล่าถึงตัวตนว่าแต่ตอนเด็กๆเธอทำทุกอาชีพไม่เคยเกี่ยงแม้ว่าจะเป็นอาชีพอะไรโดยในตอนเด็กนั้นพ่อกับแม่ของเธอทำงานก่อสร้างส่วนในตอนกลางคืนนั้นพ่อก็จะรับจ้างไปตักส้วมโดยสมัยก่อนนั้นบางพื้นที่การดูดส้วมรถมันเข้าไม่ถึงทุกบ้านจึงต้องไปรับจ้างซึ่งคุณตุ๊กตาก็ยังจำภาพที่พ่อของเธอกระโดดลงไปในถังส้วมแล้วจะคอยตักสิ่งปฏิกูลขึ้นมาเอาให้แม่จากนั้นแม่ก็จะเอาน้ำไปเทในหลุม โดยเธอนั้นยังจำภาพของหนอนที่ไต่ยั่วเยี้ยะบนหัวของพ่อเธอได้เป็นอย่างดี…

แต่เธอนั้นก็ไม่เคยรังเกียจอาชีพของพ่อแม่เธอยังเลยแม้แต่น้อยแถมภูมิใจในพ่อแม่ของตัวเองเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่คนงานกรรมกรก่อสร้างแต่ก็สามารถเลี้ยงคุณตุ๊กตาให้สามารถมีได้ทุกวันนี้โดยในตอนนั้นข้าวก็แทบจะไม่มีกินจำได้ว่าข้างห้องนั้นโยนเศษข้าวบูดออกมาทิ้งซึ่งแม่ก็จะไปกวาดเอามาล้างน้ำตากให้มันแห้งจากนั้นก็เอามาต้มให้คนในครอบครัวกินโดยแม่จะกินน้ำข้าวต้มแทนซึ่งสักพักครอบครัวชีวิตก็จะเป็นแบบนี้เรื่อยมาโดยคุณตุ๊กตานั้นจะมองเห็นภาพแม่ที่เป็นช่างปูนและพ่อเป็นช่างไม้โดยชีวิตนั้นลำบากมาก โดยแม่ของตุณกต่บอกว่า.. ตะปูขายได้ ถุงปูนขายได้ เจอกระดาษที่ไหนจะเก็บมาขาย

โดยอะไรทุกอย่างนั้นในรอบตัวที่สามารถนำไปสร้างเป็นเม็ดเงินได้ก็จะทำให้หมดเห็นผักอะไรที่กินได้ก็จะกลับมาเก็บกินซึ่งก็จะมี ผักบุ้ง ตำลึง กระถิน มะระ สะเดา จนกระทั่งเมื่อเธอนะเติบโตมาตอนอายุ 12 ปีพ่อของเธอติดคุกเพราะรับเหมาก่อสร้างแล้วหัวหน้าเชิดเงินลูกค้าหนีไปโดยมีผู้เป็นพ่อของเธอนั้นเป็นแพะรับบาปแทนจึงทำให้แม่ของเธอนั้นถึงขั้นช็อกร่างกายเกิดเป็นอัมพาตโดยในตอนนั้นไม่มีทางรักษาแม่และประกันตัวพ่อซึ่งในตอนนั้นเธอจำได้ว่าเธอวิ่งร้องไห้ไปหาพระที่วัด เพื่อขอไปเป็นลูกศิษย์ของวัดและจะหาข้าวมาให้แม่กินแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นผู้หญิงแต่ท่านก็สงสารจึงเอากับข้าวมาแขวนไว้หน้าบ้านทุกวันโดยในตอนนั้นคุณตุ๊กตาก็จะหาเงินจากการเก็บผักไปขายที่ตลาดและก็ร้องไห้เพราะรู้สึกเครียดมาก

จนกระทั่งในวันหนึ่งคุณลุงซึ่งเป็นคนพิการแขนขาดขาขาดอยู่ในตลาดได้เดินมาถามว่าร้องไห้ทำไมคุณตุ๊กตาจึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณลุงฟังและคุณลุงก็บอกว่า ดูลุงนะลุงถูกรถชนชนแล้วหนี ที่ลุงเป็นอย่างนี้ทุกวันนี้ แต่ลุงยังสู้ คนอาจจะมองว่าอาชีพขอทานเป็นอาชีพที่ต้อยต่ำ แต่ลุงก็สู้ แล้วหนูล่ะอายุเท่าไหร่ และถ้าหนูเป็นอะไรไปแม่หนูจะเป็นอย่างไร ถ้าหนูคิดแต่อยากจะตายใครจะดูแลพ่อแม่หนู

พอได้ฟังความรู้สึกของคุณหนูก็เหมือนมีใครมาตบหน้าคุณตุ๊กตาจึงได้สติกลับมา ประจันหน้ากับคนที่ทวงหนี้โดยได้เดินออกมาเท่ากับเขาว่า น้ามีลูกมั้ยหนูขอไปเลี้ยงลูกน้าได้มั้ยแลกกับการใช้หนี้ หรือให้หนูทำงานบ้านก็ได้ แล้วค่าแรงน้าจะให้หนูวันเท่าไหร่ก็ได้ น้าให้หนูวันละ 5 บาท หนูไม่ขอรับเงินหนูขอเอาไว้ใช้หนี้หนูจะไปทุกวันขอแค่น้าให้หนูกลับมาอาบน้ำป้อนข้าวแม่ ซึ่งเจ้าหนี้นั้นเห็นแล้วก็สงสารจึงให้ทำทำไปโดยทำไปได้สักพักก็ออกมาจากคุกและแม่ก็มีอาการที่ดีขึ้นและคุณตุ๊กตาก็ยังทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนคนที่ให้กู้เงินก็เข้าใจแล้วก็บอกว่ามีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาใช้เพราะสงสาร

และสมัยที่การที่ตุ๊ดได้เป็นดารา ถ้าไปเล่นหนังที่ไหนแล้วเล่นไม่ถูกใช้แล้วความไม่ถูกออกอากาศก็จะไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียวโดยในสมัยก่อนนี้คุณตุ๊กและไม่ได้สังกัดที่สังกัดใดจึงไม่สามารถไปรับงานเองได้เลยทุกอย่างนะจะต้องผ่านค่ายถ้าใครไม่ให้ก็รับไม่ได้ทั้งทั้งที่อยากรักใจจะขาดโดยบางเดือนได้ว่าไม่มีเงินแต่ก็ไม่เคยบอกพ่อแม่ว่ามีหรือไม่มีโดยส่วนใหญ่ก็จะทำอาชีพเสริมทั้งๆที่เป็นดาราแต่ก็ยังมีการไปเปิดท้ายขายของ

โดยคุณตุ๊กตาแนะนำเสื้อผ้าหรือเข้าของที่มีไปขายหน้าตลาด Emporium ลาดพร้าวด้วยขายตั้งแต่ 17:00 นจนถึง 02:00 นโดยที่ไม่บอกพ่อกับแม่และเอาเงินที่ขายมาได้ส่งให้พ่อกับแม่ อย่างได้มาห้าพันก็จะเก็บไว้ที่ตัวเองพันเดียว โดยที่ไม่สนใจว่าเราจะเป็นอย่างไรแต่พ่อกับแม่ต้องได้มากกว่า ทำอยู่แบบนี้บางทีเคยลองพิสูจน์ให้พ่อแม่จนหมดตัว รุ่งขึ้นอีกวันก็มีงานเข้ามาขายของได้

ทุกวันนี้คุณตุ๊กตาก็สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยหันมาทำงานเบื้องหลังโดยมีการเปิดบริษัทผลิตรายการให้สินค้าต่างๆที่อยากโปรโมทสินค้าโดยทางบริษัทของคุณตุ๊กตาก็จะมีการทำสกู๊ปในกล้องมีไฟให้และสามารถผลิตให้กับลูกค้าแล้วก็เปิดสอนคอร์สอาชีพต่างๆโดยชีวิตของคุณตุ๊กตานั้นเป็นแบบนี้ตั้งแต่เข้าวงการถึงแม้ว่าเธอจะโด่งดังแต่ก็ไม่เคยลืมกำพืดของตัวเองว่าเป็นใครและมาจากไหนจนในวันนี้ถึงแม้ว่าคุณตุ๊กตาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่ก็ไม่เคยรู้สึกอายที่จะเล่าเรื่องในอดีตของตัวเองให้ทุกคนฟังแต่ต้องการจะบอกเล่าว่าคุณตุ๊กตานั้นไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองที่ใครคิด

“ก่อนที่จะรักใครต้องรักคนในครอบครัวโดยเฉพาะพ่อแม่ให้มากขึ้นเพราะว่าตุ๊กตาได้พิสูจน์เองมาแล้ว จนอายุจะสี่สิบ พิสูจน์มาแล้วถ้าเราดูแลพ่อแม่เราจะไม่ตกอับเลยในชีวิต”