ไม่ยึดติดหัวโขน! นายอำเภอเด็กวัด ถือปิ่นโตเดินเท้าเปล่าตามพระบิณฑบาต

ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับในสังคมไทย ที่นับวันเรามักจะเห็นสังคมเริ่มเป็นไปทางลบ มีเรื่องราวข่าวคราวต่างๆโหดร้ายให้เห็นกันอยู่ทุกวันแต่ความจริงๆแล้วสังคมไทยเรานั้นก็ยังมีสิ่งดีดีที่ซ่อนอยู่ในตัวบุกคคลอย่างเช่นบุคคลนี้ นั้นก็คือ..นายวัชรเดช ผู้ที่เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูง แต่ดลับใช้ชีวิต และให้ความเห็นที่น่าสนใจไม่น้อย

ซึ่งแน่นอนว่าเรามักจะเห็นงานต่างๆประเภทรณรงค์ในชุมชน ซึ่งในงานเหล่านี้ก็มักจะมีประธานเปิดงานให้โอวาทอบรมสั่งสอน แต่นั้นก็แล้วแต่ว่าในพื้นที่นั้นๆ จะเชิญใครมาเป็นประธาน… บางครั้งจิตใจด้านมืดก็สั่งให้คิดเล่น ๆ ว่าประธานที่มารณรงค์กินสุรา และสูบ บุ-หรี่ หรือไม่ ซึ่งถ้าหากตัวเองดื่ม-สูบทำไม่น่ามาเป็นประธานรณรงค์ โดนความคิดนี้เองมันสะท้อนกลับไปสู่บุคคลท่านหนึ่งชื่อว่า “วัชรเดช เกียรติชานน” นายอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี

โดยท่านนายอำเภอท้านนี้เป็นประธานเปิดงานที่มีความรับผิดชอบ และความเป็นผู้นำโดยแท้ จากในจิตใจโดยตรง ซึ่งในทุกๆเช้า ชางบางกรวย ก็มักจะเห็น นายอำเภอคนนี้ ส่วมใส่ชุดขาวในตอนเช้า และออกบิณฑบาตกับพระสงฆ์ และมีการเดินออกบิณฑบาตกับพระโดยไม่สวมร้องเท้า…เช่นเดียวกับพระที่ท่านออกมาเดินด้วยกัน

ซึ่งนายอำเภอ วัชรเดช นั้นได้ถูกถามสมอว่าไม่เจ็บเท้าหรอ ท่านก็ตอบว่า … “ ไม่เจ็บเดินบิณฑบาตกับพระแบบนี้มานานแล้ว กลายเป็นความเคยชิน โดยปฎิบัติแบบนี้มานานแล้ว ในอดีตตนเคยดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เมื่อมาเป็นผู้นำในองค์กรแล้ว จึงใช้พระธรรมขัดเกลาจิตใจจนละเลิกได้ทั้งเหล้าและบุหรี่ หากเวลามีงานที่อำเภอหรือลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน แม้แต่กาแฟยังไม่ดื่มเลย เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นว่าเราเอาเวลาไปนั่งจิบกาแฟ สู้เอาเวลาไปแก้ปัญหาให้เขาดีกว่า “การที่จะเป็นผู้นำคนได้ต้อง ทำตนให้ได้ก่อนจึงจะไปปกครองคนได้”

นอกจกานี้ก็ยังมีการบอกอีกว่า ในอดีตตนนั้นเคยกินสุรา และสูบบุ-หรี่ เหมื่อนคนทั่วไป แต่ในบางด้วยความที่เป็นผู้นำในองค์กรก็ถูกเชิญไปงานเปิดตัวต่างๆ โดยเฉพาะงานสำคัญอย่างงดเหล้าเข้าพรรษา หรือรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ พอได้เปิดงานเหล่านี้ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากยังทำแบบนี้แล้วจะไปรงรงค์บอกชาวบ้านได้อย่างไง ทำไปก็เหมือนหลอกชาวบ้านเปล่าๆ

จึงทำให้เกิดความตั้งใจว่าต้องเลิกให้หมดและหันมาพึ่งพระธรรมขัดเกลาจิตใจเข้าวัดปฏิบัติธรรมจนสามารถละเลิกได้ทั้งเหล้า และบุหรี่ คิดในใจอยู่เสมอว่า.. “การที่จะเป็นผู้นำคนได้ต้องทำตนให้ได้ก่อนจึงจะไปปกครองคนอื่นได้”

โดยนอกจากนี้ยังต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ร.9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนและเยาวชนทุกคน รวมถึงข้าราชการทุกๆภาคอีกด้วย โดยมีการยึดมั้นดำรงค์ 3 สถาบัญในใจนั้นก็คือ…ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้คงอยู่กับประเทศไทยตราบนานเท่านาน

และนอกจากนี้มีความตั้งมั้นที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีอันดีงาม และต้องการสร้าง ศรัทธาให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย และรักษาขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้กับชาวพุทธ นอกจากนี้ก็ยังต้องการให้ข้าราชการฝ่ายปกครองในสังกัดยึดหลักที่ผมทำอยู่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนทั่วไป

ซึ่งการทำตัวของท่านนั้นก็สร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะชาวบ้านทุกคนนั้นไม่เคยเห็นคนระดับนี้ ทำตัวติดดินเดินตามพระมาก่อนจีงทำให้ชาวบางกรวยนั้นรักท่านนายอำเภอคนนี้มาก เพราะท่านทำตัวไม่เหมือนเจ้าคนนายคนเป็นกันเองกับกับทุกคนแบบไม่ถือตัวจนชาวบ้านแถวนี้ กล่าวขานว่าท่านเป็นนายอำเภอนักบุญ สมควรแก่การยกย่องนับถือจริงๆ