มีค่าอย่าทิ้ง! เม็ดมะขามขายได้ กก.ละ 5,000-12,000 บาท นำไปวิจัยสกัดทำยายับยั้งมะเร็ง

แน่นอนว่าทุกคนนะรู้จักมะขามกันเป็นอย่างดีซึ่งใครหลายคนนั้นก็มักจะมองข้ามเมล็ดมะขามไปแต่บอกเลยว่าเมล็ดมะขามที่เรามักจะมองข้ามกันนั้นสามารถนำมาแปรรูปเพื่อมาบริโภคและขายได้ในราคากิโลกรัมละ 2-3 บาทเลยนึกว่ามีการนำข้อมูลงานวิจัยต่อยอดก็สามารถนำเอาเจ้าเมล็ดมะขามที่ใครหลายคนก็นำไปทิ้งกันมาเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็น 5,000-12,000 บาท”

โดยได้มี รศ.ดร.วุฒิชัย นาครักษา ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตรจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมีการเล่าถึงการเพิ่มมูลค่าของเมล็ดมะขามโดยเริ่มจากการนำเมล็ดมะขามมากระเทาะเปลือกจากนั้นก็นำเนื้อด้านในของมันมาบดให้ละเอียดด้วยเทคโนโลยีโดยเฉพาะจากแอลกอฮอล์ 10 ถึง 20 นาทีจากนั้น ก็นำมาอบเพื่อให้ได้ ““เจลโรส” หรือ สารเฮมิเซลลูโลสโดยวิธีการอบเรานี้ก็สามารถทราบราคาให้กับเมล็ดมะขามได้มากมายเลยจริงๆ

โดยการออกแบบนี้นั้นก็มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อความร้อนได้และมีการอุ้มน้ำได้สูงและสามารถต้านแรงใช้ได้เป็นอย่างดีโดยจะมีการประกอบไปด้วยน้ำตาและเส้นใยอาหารหลากหลายชนิดซึ่งมิลลิลิตรให้กลายเป็นยาระบายและทำลายพยาธิโดยเมล็ดมะขาม 1 กิโลกรัมสามารถสกัดสารเจลลดได้ประมาณ 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ซึ่งในแต่เดิมนั้นมาใช้ประโยชน์ร่วมกันในเอกชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเจลาโต้หรือไอศกรีมไขมันต่ำลดมะขามขึ้นมา

โดยการนำเจลโรสมาผสมในไอศครีมแทนไขมันนั้นก็เป็นการสร้างความหนืดและคงตัวและการละลายช้าแทนการใช้ บีมกัมหรือสารสกัดจากถั่วนำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะทำให้มีไอศครีมเจลาโต้อีกสไตล์อิตาเลี่ยนขนาด 100 กรัมในราคา 85 บาทโดยการทำผลงานในครั้งนี้สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอาหารไทยประจำปี 2559 จากกระทรวงอุตสาหกรรมได้เป็นที่สำเร็จ

แล้วตั้งแต่นี้การที่เอาเทคโนโลยีสกัดเจลโรสจากเมล็ดมะขามนั้นก็สามารถยังได้รับรางวัลเพิ่มเติมก็คือรางวัลเครื่องอิสริยาภรณ์ (ชั้นอัศวิน) จากประเทศเบลเยียม รางวัลเหรียญทอง ในฐานะนักวิจัยดีเด่น จาก The President of the International Jury และเหรียญรางวัลพิเศษ จาก The President of Euro business Haller and Haller Pro Inventio Foundation ประเทศโปแลนด์ ในงาน Brussels Innova 2015 และนอกจากนี้เจลโรส นไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงแค่นำส่วนผสมผสมในครีม gelato เท่านั้นก็ยังสามารถนำไปใช้ในอาหารอื่นได้เช่นมายองเนสบะหมี่สตูเยลลี่และน้ำสลัดและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสีกระดาษฟิล์มเคลือบชื่อต่างๆอายุผลไม้ส่งออกต่างประเทศและยังสามารถใช้ในเครื่องสำอางผลิตน้ำตาเทียมไม่เว้นแต่แม้กระทั่ง ฟิล์มปิดแผลผสมไคโตซานที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างยิ่ง.

และนอกจากนี้ก็ยังได้มีงานวิจับจากรศ.ดร.พร้อมจิต ศรลัมภ์ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยตัวอาจาร์ยได้มีการบอกเล่าว่าในปี 2012 ได้มีการค้นพบงานวิจัยต่างประเทศเกี่ยวกับเมล็กมะขามอย่างมากมาย ซึ่งก็พบว่าในเนื้อเมล็มะขามนั้นมีทั้ง ไขมันและโพลีแซคคาไลด์ ซึ่งเป็นระดับน้ำตาลโมเลกุลเดียวที่ไม่ทำให้เกิดโรคเบาหวานและสามารถละลายน้ำได้เป็นอย่างดีและนอกจากนี้ก็ยังมีการค้นพบว่าโพลีแซคคาไลด์จากเมล็ดมะขาม มีสิทธิภาพในการเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยเมล็ดมะขามจะเข้าไปกระตุ้นให้สามารถมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและสามารถกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่อยู่ในร่างกายได้และที่สำคัญยังมีการพบว่าเมล็ดมะขามนี้สามารถยับยั้งการเกิดเซลล์เนื้องอกมะเร็งได้อีกด้วย

และจากการทดลองก็ยังมีการพบว่ายังมีวิธีการรักษาภาวะเบาหวานของหนูทดลองโดยมีกลไกที่ซับซ้อนหลายวิธีและนอกจากนี้ก็ยังมีงานวิจัยในต่างประเทศเมื่อปี 2007 มีการพบว่าสารสกัดจากเมล็ดมะขามที่ไม่ได้คั่วสามารถต้านทานความความเป็นพิษต่อตับ และยังสามารถช่วยสร้างเซลล์ตับขึ้นมาทดแทนในส่วนที่เสียไปมีฤทธิ์ในการปกป้องตายของหนูทดลองจากที่มีการทดลองสารเคมีก่อมะเร็งต่อไตโดยการนำหนูทดลองมาทดลองโดยการให้ยาพาราเซตามอลที่เป็นพิษต่อตับขนาด 1 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูทดลองติดต่อกัน 7 วันเพื่อทำลายเซลล์ตับของหนูจากนั้นวันที่ 3 ก็มีการป้อนน้ำสารสกัดของเนื้อมะขาม 700 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักของตัวหนูเป็นเวลา 9 วันและตรวจหาค่า ค่าเอนไซม์ที่ส่อถึงการอักเสบและการทำลายเซลล์ตับ วัดน้ำหนักตับที่เหลือและตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

“มีการทดลองเรื่องความเป็นพิษของเมล็ดมะขามต่อร่างกายเช่นเดียวกัน ทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษระยะยาว 3-4 เดือน พบว่าไม่ปรากฏความเป็นพิษในร่างกายแต่อย่างใด ดังนั้น สามารถกินเมล็ดมะขามเป็นเหมือนอาหารอย่างหนึ่งได้ แต่ไม่ใช่ว่าทานแต่เมล็ดมะขามเพื่อป้องกันมะเร็งอย่างเดียว โดยไม่ทานอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการนำเมล็ดมะขามมาผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น กาแฟเมล็ดมะขาม หรือชา และเท่าที่ทราบขณะนี้เมล็ดมะขามเริ่มขาดตลาด มีการส่งออกไปขายต่างประเทศ” รศ.ดร.พร้อมจิต กล่าว

ฉะนั้นเราก็ไม่สมควรที่จะมองข้ามเจ้าเมล็ดมะขามที่เรามาจะเอาไปทิ้งกันบอกเลยว่าสิ่งนี้มีดีกว่าที่ใครคิดและเป็นยาชั้นที่สามารถต่อต้านมะเร็งได้อีกด้วยบอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากจริงๆ