โดนดูถูกว่า คิดเลขไม่เป็น สุดท้ายฮึดสู้ จนสอบติดตำรวจ

โดยในวันนี้เราก็จะเอาสิ่งที่บอกว่าความรู้นะสามารถเป็นใบเบิกทางของชีวิตได้ซึ่งเรื่องนี้ได้ถูกที่สุดมาแล้วจากผู้กองมิ้นหรือ ร.ต.อ.อภิชิต ภัณฑะประทีป อดีตรองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์

โดยผู้กองมิ้นนั้นมักจะสละตัวเองเพื่อไปสอนให้เด็กๆนักเรียนมีความรู้แบบฟรีๆและหวังจะให้เด็กยากจนเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพในสังคมมีนิสัยดีและมีอนาคตที่สดใสโดยเขานั้นก็สามารถทำให้ชีวิตของเด็กหลายๆคนนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างเช่นน้องเต้หรือ นายอุกฤช ปุลันรัมย์ หนุ่มวัย 19 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ที่เขานั้นสามารถเป็นนักเรียนตำรวจศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมาได้เป็นที่สำเร็จโดยพื้นฐานครอบครัวของเขานั้นเป็นลูกชาวนาและพ่อแม่ไม่มีความรู้มากนักแต่เขานั้นก็สามารถทำให้ตัวเองนั้นก้าวสู่ความสำเร็จ

ถ้าหากพูดถึงโจทย์เลขจำนวนลบอย่างเช่น 9-14 คุณเชื่อหรือไม่ว่าน้องเต้นั้นไม่สามารถตอบได้ทั้งๆที่เขานั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และจุดเริ่มต้นของการที่เขานั้นได้โอกาสได้มาเรียนกับผู้กองมิ้นก็เริ่มต้นในเมื่อปี 2549 ซึ่งโชคร้ายในตอนนั้นพ่อแม่ของเขาถูกโกงในคดีโกงตาชั่งขายหมูและเป็นจังหวะดีที่ตอนนั้นผู้กองมิ้นเป็นเจ้าของคดีและมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเด็กคนนี้จึงรับไว้ในอนุเคราะห์แล้วก็พบว่าน้องเต้นัดเป็นเด็กที่เรียนอ่อนที่สุดในชั้นเรียนในตอนนั้น

โดยหลังจากที่น้องเต้นั้นได้เรียนจบชั้นม 6 ก็ได้แยกเข้ามาอยู่บ้านสร้างฝันในปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงกับที่ผู้กองมิ้นออกจากตำแหน่งตำรวจเพื่อทุ่มเทมาดูแลสอนเด็กๆอย่างเต็มตัวโดยจำนวน 2 วิชาอย่างเช่นคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น้องเต้เรียนอ่อนเป็นอย่างมาก แตกในตลอดระยะเวลา 1 ปีนะเขาก็ตั้งใจพาตัวเองมาเรียนรู้ในบ้านสร้างสรรค์อย่างนี้โดยเท่านั้นหมั่นเพียรอ่านหนังสือฝึกทำข้อสอบร่วมกับน้องๆคัดภาษาอังกฤษวันละ 50 อ่านตามคำสั่งผู้กองมิ้นฉะนั้นเมื่อเกิดอุปสรรคแต่เขาก็สามารถปรับอุปสรรคต่างๆได้ด้วยตัวเองนักพัฒนาจนกลายเป็นบุคคลหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ได้

โดยในตอนนั้นน้องเต้เป็นบุคคลที่มีอายุมากที่สุดและก็กลายเป็นเด็กที่เรียนอ่อนที่สุดในบ้านจากเด็กที่บวกลบเลขไม่เป็นในวันนั้นเขาก็สามารถฝ่าฟันสอบชินลำดับจนได้เป็นนักเรียนตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 จ.นครราชสีมา สำเร็จในครั้งแรกได้เป็นที่สำเร็จจนเกิดความภาคภูมิใจให้กับย่าวัย 80 ปีที่รักเขาเป็นอย่างมากรวมถึงพ่อแม่โดยเขานั้นก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องชายวัย 14 ปี ของเขาด้วยเช่นกัน

และบทพิสูจน์นี้เองก็ทำให้เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าสิ่งที่เขากลัวและเป็นกับดักความคิดความไม่เสมอภาคต่างๆนั้นเขาสามารถทิ้งมันไปได้อย่างง่ายดายแม้จะแลกกับความเหนื่อยกับความเหนื่อยนี้มันก็หอมหวานแล้วคุณคว้าเมื่อมันสำเร็จด้วยคราวหน้าสามารถทำให้พ่อแม่น้ำภาคภูมิใจที่เขาน่าจะสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆและมายืนถึงจุดนี้ได้เป็นที่สำเร็จ ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มช้ากว่าใครแต่ด้วยความพยายามเขาก็สามารถทำได้เป็นที่สำเร็จ