พื้นที่ 2 ไร่แห่งความสุขกับเกษตรผสมผสาน ปลูกผักผลไม้ เก็บไข่กินทุกวัน

โดยในปัจจุบันนี้ก็มีคนรุ่นใหม่หลายคนนั้นมีความคิดที่อยากจะกลับมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์และสไตล์ที่หลีกหนีชีวิตอันแสนวุ่นวายจากตัวเมือง จึงไม่แปลกที่ทำให้มีใครหลายคนตัดสินใจออกจากงานที่ทำประจำอยู่มาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเอง

และในวันนี้เราก็จะพาทุกคนนั้นไปชมฟาร์มออแกนิคแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าบ้านปันสุขเลยฟาร์มแห่งนี้นั้นมีขนาดไร่ประมาณ 2 ไร่ซึ่งได้ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นส่วนผสมซึ่งมีทั้งผักผลไม้มีไก่เลี้ยงไว้กินไข่ อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่เป็นอย่างมากและไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อกับข้าวอีกต่อไปเพราะในส่วนของตัวเองนั้นมีพืชผักผลไม้และไข่กินตามฤดูกาล

โดยฟาร์มแห่งนี้นั้นเป็นความของคุณสมพร แดงประดับเจ้าของเพจ บ้านปันสุข เพชรบุรีรมย์ โดยคุณสมพรนั้นมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนส่วนเก่าในจังหวัดเพชรบุรีที่เป็นส่วนมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณย่าให้กลายเป็นส่วนที่มีของกินทุกหย่อมหญ้าในแบบฉบับของตัวเอง โดยมีความตั้งใจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

จุดเริ่มต้นก็เกิดขึ้นเมื่ออยากจะมีบ้านสักหลังบนพื้นที่ดินที่คุณย่าทิ้งไว้ให้เป็นมรดกโดยมีข้อแม้ว่าบ้านหลังนี้นั้นจะต้องรายล้อมไปด้วยของกินที่สามารถหากินเองได้ตามรั้วบ้านและมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและต้องอยู่ได้ในแบบฉบับของมันเองและสามารถอยู่แบบถึงไม่มีงานก็สามารถมีกินได้

โดยแต่เดิมพื้นที่สวนแห่งนี้นั้นเคยเป็นสวนมะม่วงมาก่อนและมีการขุดบ่อประมาณครึ่งไร่เอาไว้ 1 บ่อซึ่งก็ได้มีการปรับปรุงบ่อนั้นไว้รดน้ำต้นมะม่วง เพื่อให้มะม่วงนั้นให้ผลผลิตที่ดีแต่ต่อมาก็ประสบปัญหากับพายุเกย์เข้าจึงทำให้มะม่วงเกือบทั้งสวนล้มตายกันเหลือเพียงประมาณ 5 ต้นเท่านั้นซึ่งก็ทำให้พ่อของเจ้าของกระทู้เลิกทำสวนมะม่วงในทันทีและหันมาเลี้ยงกระต่ายแทนมีการปรับพื้นที่เป็นสวนปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงกระต่ายเพื่อนำไปขายโดยในตอนแรกขายดีเป็นอย่างมากเพราะไม่มีคนเลี้ยงกันแต่พอนานๆก็มีคนเริ่มเรียนกันเยอะจึงทำให้มีราคาตกต่ำและสุดท้ายก็เลิกเรียนแล้วทิ้งสวนหันมาเล่นพระเครื่องแทนและไม่เคยกลับมาที่สุดแห่งนี้อีกเลย

จากนั้นเจ้าของกระทู้เมื่อได้มรดกก็กลับมาที่แผ่นดินแห่งนี้อีกครั้งและตั้งใจจะปลูกบ้านโดยสภาพพื้นที่ในตอนแรกนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่ามีพื้นที่ดินสารเคมีแห้งๆโดยเขาต้องบูรณะโดยเริ่มจากการซื้อต้นไม้จากในจตุจักรใส่รถตู้กลับมาที่สวนอาทิตย์โดยจะมีการเน้นปลูกเป็นต้นไม้ป่าใหญ่ต่างๆเช่น พะยูง สัก ประดู่ ยางนา มะค่าโมง ตะเคียน ปลูกในทุกอาทิตย์โดยทุกคนในบ้านมองว่าบ้าและบ่นว่ากูไปทำไมไม่เห็นจะได้ผลอะไรซึ่งก็ทำไปเรื่อยๆแบบนี้จนต้นไม้ที่ปลูกนั้นเจริญเติบโตให้ร่มเงามากยิ่งขึ้น

พ่อไม่เคยเข้ามาในสวนเลย ช่วงแรกๆ พ่อขายพระได้ดีมาก บางวันอาจจะมีรายได้หลักหมื่น แต่สุดท้ายพอคนเริ่มขายพระมากขึ้นพระปลอมมากขึ้น พ่อก็เจอปัญหาเดิมๆ เริ่มขายพระไม่ได้ สุดท้ายพ่อก็เลิกขายพระ

และเมื่อคุณพ่อเลิกขายพระก็ได้เข้ามาปลูกพืชผักมากขึ้นและทำน้ำหมักเองและภายในไม่กี่เดือนก็มีพืชผักไว้กินเองซึ่งพ่อนั้นจะเข้าสวนอยู่เป็นประจำและสามารถเอาผักผลไม้ที่ปลูกนั้นมากินได้ในทุกๆวันโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเพราะไม่มีรายได้แล้วเมื่อผลผลิตดีมากยิ่งขึ้นก็เริ่มมีการวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อเพื่อให้พ่อมีรายได้มากขึ้นจึงมีการลงทุนซื้อเป็ดไข่และให้พ่อเริ่มเลี้ยงเมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆก็มีขายไว้กินและสามารถเอาส่วนที่เหลือมาขายได้ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับพ่อจนพ่อยิ้มได้

ต่อมาเมื่อมีทุนก็ลงทุนซื้อไก่ให้พ่ออีกเป็นจำนวน 150 ตัวแต่ว่าเกินกำลังเกินไปเมื่อได้มาเท่าไหร่ก็จะหมดไปกับค่าอาหารจึงขายไก่ไปบางส่วนเหลือเลี้ยงไว้เพียงแค่ 50 ตัวเท่านั้นก็สามารถให้ควบคุมจำนวนกายได้และมีรายได้จากการเก็บไข่เป็ดไข่ไก่ไปขายและสามารถเอาพืชผักสวนครัวที่มีอยู่มารับประทานได้แบบที่ไม่ต้องใช้เงินแต่อย่างใด

สำหรับปัญหาในการทำส่วนนั้นเริ่มแรกก็จะพบกับว่าที่ดินนั้นเป็นดินนามีความเหนียวเป็นอย่างมากเมื่อกดเข้าไปก็จะติดตอบเลยจำเป็นจะต้องอาศัยการปรับหน้าดินด้วยขี้เป็ดขี้ไก่อยู่บ่อยๆจึงจะปลูกผลไม้ได้ซึ่งผลไม้นั้นก็สามารถปลูกได้ยากพอสมควรเพราะร่างไม่ค่อยเดินจึงจำเป็นจะต้องปรับพื้นที่ดินนานกว่าจะเริ่มปลูกสำหรับเงินลงทุนนั้นเจ้าของไอเดียคาดว่าคงหมดไปเป็นแสนแล้วตั้งแต่เริ่มต้น แต่คิดแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก