มะม่วงมหาชนก สรรพคุณต้านมะเร็ง ยิ่งกิน ยิ่งดี

โดยมะม่วงนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ใครหลายคนมักจะชอบรับประทานกันอีกทั้งยังสามารถทานได้อีกหลายแบบทั้งดิบและทั้งสุขและแน่นอนว่าก็มีใครหลายคนนั้นจะต้องรู้จักมะม่วงมหาชนก กันอย่างแน่นอน ซึ่งขอเกริ่นก่อนว่าในปัจจุบันนี้ได้มีงานวิจัยเข้ามาทำการวิจัยกันอย่างมากมายและมีการพบว่าพืชผักผลไม้หลากหลายชนิดมีสารที่สามารถช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งได้เป็นอย่างดีอย่างเช่น ส้ม แอปเปิล มะเขือเทศ องุ่น มะละกอ มะขามป้อม และผลไม้ตระกูลเบอร์รี

และนายล่าสุดนี้ก็ได้มีผลงานการวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ได้มีการเปิดเผยว่ามะม่วงมหาชนกนั้นก็ถือเป็นอีกผลไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยต้านโรคมะเร็งร้ายและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้เป็นอย่างดีด้วย

ซึ่งมะม่วงพันธุ์นี้นั้นเป็นมะม่วงที่ได้รับพระราชทานชื่อ มาจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเป็นมะม่วงที่ได้มาจากการปลูกต้นเพาะพันธุ์แม่พันธุ์มะม่วงพันธุ์ ซันเซท กับพันธ์ุหนังกลางวัน ที่สวนของอาจารย์ประพัฒน์ สิทธิสังข์ อําเภอ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคุณเดชทิวทองก็ได้มีการทดลองปลูกไว้ในสวนในอำเภอจังหวัดลำพูนเป็นที่แรกซึ่งถือว่าที่นั่นกลายเป็นต้นกำเนิดของมะม่วงมหาชนกนั้นตั้งแต่นั้นมา

และสำหรับสรรพคุณของมะม่วงมหาชนกนั้นบอกเลยว่ามีมากเพราะได้มีการถูกยืนยันจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรนะว่าถึงแม้มะม่วงนี้จะมีสีสันแปลกตาแต่ก็มีสารอาหารชั้นดีที่ได้มีการค้นพบในการวิจัยอีกครั้งก็จะมีการพัฒนาเพื่อไปสู่กระบวนการการผลิตเชิงพาณิชย์เพราะเล็งเห็นว่าในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการอาหารที่มาจากธรรมชาติอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆและป้องกันโรคมากกว่าเดิม

โดยการศึกษางานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ที่ได้มีการจับมือร่วมกับนายรัฐพงษ์ เมืองเอก ผู้ที่เป็นนักศึกษาจากปริญญาเอกคณะเกษตรศาสตร์และ ผศ. ตร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์จะคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยในปัจจัยเกี่ยวกับการเกิดแสงสีแดงในปริมาณ แอนโธไซเป็นยานิน ในมะม่วงมหาชนกซึ่งจะมีการพบว่าเมื่อมีการฉีดสารเมธัสจัสโมเนส ประมาณ 80 ไมโครลิตรอเมริกันเข้าไปในผลมะม่วง ก็จะช่วยในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพอย่างวิตามินซีปริมาณน้ำตาลกลูโคสซูโครสและเพิ่มปริมาณแคโรทีนอยด์ถึง 1.43 มิลลิหรัม / 100กรัม

อีกทั้ง เมทิลจัสโมเนสและเอทิฟอนจะมีผลในการเพิ่มระดับของแคโรทีนอยด์ระหว่างการสุกแก่มากกว่ามะม่วงที่ไม่ใช้สาร 50% โดยพบมากที่สุดในช่วงวันที่ 5-6 ของการเก็บรักษา ร้านยังนำมาประยุกต์กับการใช้สาร มทิลจัสโมเนสและเอทิฟอนยังสามารถควบคุมกระบวนการสุกและปรับปรุงคุณภาพทางโภชนาการของผลมะม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

และยังไม่จบเพียงเท่านี้ในงานวิจัยนั้นก็ได้มีการค้นพบอีกว่ามะม่วงมหาชนกที่ได้รับแสงรวมกับการฉีดสารเมทิลจัสโมเนส จะทำให้เปลือกของมะม่วงนะมีพื้นที่สีแดงเพิ่มมากขึ้นถึง 25% แถมยังมีปริมาณของ แอนโทไซยานินเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ซึ่งตรงนี้เราก็จะเห็นได้ชัดว่านักวิจัยนั้นก็จะให้ความสนใจในเรื่องของสาร แคโรทีนอยด์เป็นพิเศษมันก็เป็นคำว่าสารชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมากโดยสารแคโรทีนอยด์นั้นจะช่วยให้สามารถส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้นและทำหน้าที่เช่นเดียวกับวิตามินบีคือการประสานตัวเองเข้ากับเยื่อหุ้มเซลล์ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งทั้งหลายชนิดและยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์นอกจากนี้ยังไม่หมดแค่นั้นยังช่วยสามารถลดความเสี่ยงในเรื่องของโรคต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมได้เป็นอย่างดีด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีเนื้อเรื่องของข้อมูลสารต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นก็คือสาร แอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีแดง สีม่วง หรือสีน้ำเงินกับพืช โดยสารชนิดนี้จะช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ไม่ดีในระบบทางเดินอาหาร ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และยังสามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบเส้นเลือดในสมองซึ่งแน่นอนว่าเจ้าสารต่อต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้จะสามารถหาได้ในมะม่วงมหาชนกซึ่งถือเป็นมะม่วงพันธุ์ปึกผลเมื่อแก่หรือสุกแล้วจะมีผิวสีแดงขึ้น นั้นเอง

ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าในมะม่วงมหาชนกนี้มีทั้งสาร แอนโธไซยานิ สารแคโรทีนอยด์ที่เป็นสารที่สามารถช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งโรคความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจฉะนั้นการที่รับประทานมะม่วงมหาชนกนั้นก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งสองโรคนี้ได้นั้นเอง…