ลาแสงสีเมืองกรุง! ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือน หันมาทำการเกษตร ทำเงิน 20,000บาทต่อเดือน

ยังมีผู้คนอีกหลายคนที่จากบ้านเกิดของตัวเองมาหากินในเมืองใหญ่แต่ในบางครั้งก็ยังมีหลายคนนั้นที่คิดหาหนทางที่จะกลับไปหาหนทางสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในบ้านเกิดของตัวเองต่างเช่นคุณ อนงค์ บุญจิต ที่เคยเป็นพนักงานกินเงินเดือนมาก่อน แต่ด้วยความที่ตัวเองนั้นมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงจากโรคประจำตัวจึงได้มีการผันตัวเองออกจากงานประจำมาที่บ้านเกิดของตัวเองที่ บ้านทรัพย์รวงไทร ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ คิดจะหาหัวหน้าในการสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองแบบพอเพียง

ซึ่งทางคุณอนงค์นั้นก็ได้มีการยึดหลักแนวคิดที่ว่า ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก ทหารมาทำเศรษฐกิจพอเพียงชื่ออาชีพเกษตรของเธอนั้นก็ถือเป็นอาชีพใหม่ของเธอสำหรับสร้างรายได้ในการเลี้ยงตนเหมือนกับการทำงานเงินเดือนที่เคยทำแต่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำถึงปิ เดือนละ20,000บาท อีกทั้งยังได้สุขภาพที่ดีและเป็นสิ่งแวดล้อมแบบไร่นาสวนผสมที่เธอทำเองมากับมืออีกด้วย

โดยที่มาที่ไปของความสำเร็จแบบพอเพียงในรูปแบบของการทำนาสวนผสมนั้นก็ได้มีการเริ่มต้นจากที่ตัวคุณอนงค์นั้น หันมาจากอาชีพเกษตรอย่างจริงจัง ซึ่งในแต่ก่อนนั้นเคยทำงานอยู่ในตัวเมืองชัยภูมิทำงานอาชีพเป็นช่างเย็บผ้าและมีรายได้เพียงหลักหมื่นบาทต่อเดือนแต่ด้วยความที่เป็นโรคประจำตัวสุขภาพไม่ดีเหนื่อยง่ายทั้งๆที่เป็นคนที่ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารปลอดสารพิษออกกำลังกายแต่สุดท้ายมันก็คงได้แค่ทุเลาลงและทำงานได้ต่อไปวันๆอีกทั้งครอบครัวกับสามีต้องการให้ลาออกจากงานเพื่อการฟื้นตัวอยู่ที่บ้านของตัวเอง..

แล้วด้วยการกลับมาบ้านของตัวเองนั้น เพื่อมาพักฟื้น แต่ด้วยความที่ไม่อยากจะอยู่เฉยๆจึงได้มองหาอาชีพในการทำเกษตรกรรมทั้งๆที่อาชีพเกษตรดูแล้วน่าจะเหนื่อยไม่แพ้อาชีพอื่นแต่ก็อยากจะทำดูด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเองนั้นอยากจะบริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษและสารเคมีตกค้างและลองปลูกพืชและรับประทานเองซึ่งตรงนี้เธอก็คิดว่าจะหน้าสามารถช่วยในเรื่องของสุขภาพของตัวเองได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

จึงได้มีการไปขอพื้นที่จากคุณตาซึ่งเป็นพื้นที่นาและพื้นที่สวนมะม่วงที่ปลูกไว้ให้เทวดาเลี้ยงมานานจำนวน 5 ไร่และมีการทำไร่นาสวนผสมผสานตามรอยแบบในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยหลังจากที่ได้พื้นที่มานั้นก็มีการปรับพื้นที่ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่นาเก่าให้เป็นพื้นที่ส่วนผสมเนื้อเรื่องจากการปลูกกล้วยและปรับปรุงบำรุงดินพอดีขึ้นก็มีการนำพืชอาหารทุกอย่างไปปลูกไว้

โดยในตอนนั้นคุณอนงค์ก็ได้มีเลือกปลูกผักที่ตัวเองไม่ชอบรับประทานนับเป็นผักที่จะต้องรับประทานเป็นประจำมาปลูก อีกทั้งยังมีการ ขุดสระน้ำไว้สำหรับใช้ในสวน พร้อมทั้งเลี้ยงปลาเบญจพรรณหลากชนิด และเลี้ยงไก่ไข่ไว้สร้างรายได้อีกส่วนหนึ่ง แล้วนี้ส่วนของสวนมะม่วงก็ได้มีการตัดแต่งกิ่งก้านและดูแลบริหารจัดการให้แบบปลอดสารพิษและเน้นการทำเกษตรแบบพึ่งพาตัวเองแทน

ซึ่งในปัจจุบันคุณอนงค์นั้นมีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ประกอบไปด้วย 100 กว่าต้น ที่มีทั้ง สวนแก้วมังกร ผักหวานป่า กล้วย มะนาว โหรพา ต้นชะพลูฯ มีไก่ไข่ 60 ตัว และบ่อปลา ซึ่งผลผลิตจากนั้นจะมีแม่ค้ามารับถึงสวนหากมีจำนวนเหลือมากพอก็นำไปขายในตลาดของหมู่บ้านพร้อมกับไข่ไก่และปลาโดยผลผลิตทั้งหมดนั้นสามารถทำให้มีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ยังไม่หักต้นทุน แต่มีต้นทุนในการผลิตที่น้อยมากเลยทีเดียวเพราะปลูกแบบพึ่งพาตัวเอง…

การนอกจากที่ขายผลผลิตในไร่แล้วก็ยังมีรายได้ปีจากการปลูกอ้อยอีก 20 ไร่และมันสำปะหลังอีก 12 ไร่จึงเรียกได้ว่านอกจากจะมีรายได้ตลอดทั้งปีและยังมีรายได้ในปีไว้เป็นเงินเก็บออมอีกด้วย

“เหตุผลที่ตนเลือกที่จะปลูกในสิ่งที่ตนเองกิน นอกจากจะได้ความสดใหม่และไม่มีสารเคมีตกค้าง เพราะเราเลือกที่จะทำเกษตรกรรมแบบธรรมชาติพึ่งพาธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งยังช่วยลดรายในครอบครัวของตนลงไปได้เป็นอย่างมาก แถมสุขภาพที่เคยแย่ทำงานหนักก็เหนื่อย ก็กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในภาพรวมสิ่งที่ได้จากอาชีพนี้ก็คือความสุขกาย สุขใจ กับอาชีพของตนเอง จากที่เริ่มทำเกษตรกรรมโดยยึดหลัก “ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก” มาขณะนี้เราก็เริ่มมองเรื่องการค้าแล้วว่าตลาดมีความต้องการอะไร เราก็นำสิ่งนั้นมาปลูกเสริมเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในระยะยาวต่อไป”คุณอนงค์ ได้กล่าวไว้…

สำหรับการทำไร่นาสวนผสมของเธอนั้นเข้าสู่ปีที่ 4 โดยในตอนแรกนั้นจะไม่ได้รายได้มากนักแต่เมื่อประสบความสำเร็จปลูกผักเต็มพื้นที่ก็สามารถไล่รายได้มาอย่างเรื่อยๆแต่กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ก็ได้คัดคานจากคนรอบตัว เพราะเห็นว่าป่วยแล้วไม่สามารถทำตรงนี้ได้แต่สุดท้ายก็ทำได้เป็นที่สำเร็จความดื้อรั้นและความอยากรู้ของตัวเองจึงได้มีโอกาสในการใช้ธรรมชาติมาเยียวยาในชีวิตจากโรคภัยต่างๆมีการทดลองลงได้กินอาหารปลอดสารพิษอย่างจริงจังทำให้ชีวิตมีความสุขและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

เป็นความสำเร็จของคุณอนงค์สาวแกร่ง บ้านทรัพย์รวงไทร ตัวเธอนั้น 9 ขีดจำกัดของร่างกายคิดจะทำอย่างมั่นใจจึงทำให้วันนี้พื้นที่ 5 ไร่แกเป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างให้กับชาวเกษตรกรอีกหลายคนนำไปปฏิบัติได้อย่างน่าชื่นชมซึ่งสำหรับใครที่อยากจะไปดูสวนหรือต้องการสอบถามข้อมูลก็สามารถศึกษาดูงานหรือสามารถติดต่อเบอร์โทรได้ที่ 087-256-9938 ได้เลย