บ้านเรือนไทยย้อนยุคสไตล์อีสาน สวยและมีเสน่ห์แบบดั้งเดิม

สถาปัตยกรรมไทยนั้นบอกเป็นสิ่งที่สวยงามเป็นอย่างมากและมีเอกลักษณ์ที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทัศนคติของคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดีอย่างเช่นบ้านไม้เรือนไทยที่สามารถบ่งบอกอะไรหลายอย่างของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนซึ่งในปัจจุบันนั้นบ้านเรือนไทยแบบในสมัยก่อนนั้นเริ่มหายากในทุกๆทีทั้งๆที่มันสวยงามเป็นอย่างมาก

และในวันนี้ทางทีมงานนั้นก็จะพาไปวิเคราะห์ไอเดียในการสร้างบ้านอีกหนึ่งไอเดียซึ่งนั่นก็คือการสร้างบ้าน ฮือนโคราช จากคุณ Apple Devil โดยบ้านหลังนี้น้ำเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงมีใต้ถุนตามสไตล์ เฮือนเก่าทางภาคอีสานแบบดั้งเดิม คงเอกลักษณ์ ที่สวยงามไว้ ซึ่งบ้านหลังนี้จะสวยงามมากแค่ไหนนั้นลองไปดูกันเลยดีกว่า

สำหรับเจ้าของกระทู้แล้วนั้นจะเป็นคนที่ชอบบ้านไม้และอาศัยอยู่ในบ้านมาตั้งแต่เกิดโดยอาศัยบ้านไม้ของคุณตาคุณยายและพ่อก็เคยซื้อบ้านเรือนไทยเก่าหรือกฎหมายในพื้นที่ดินของตัวเองจึงทำให้เขานั้นมีความผูกพันกับบ้านไม้และบ้านไทยโบราณมากอยู่พอสมควรเกิดความคิดที่อยากจะอนุรักษ์บ้านเรือนไทยที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ให้หายไปตามกาลเวลาและยุคสมัยจึงได้มีการสร้างเฮือนอีสานโดยในตอนแรกในการสร้างบ้านหลังนี้ก็มีแต่คนคัดค้านและคิดว่าจะทำได้อย่างไรเพราะงบประมาณนั้นน้อยมากแต่ก็สามารถทำได้สำเร็จจึงได้มีการเผยเรื่องราวเหล่านี้ออกมาให้อ่านฟัง

นอกจากนี้ตัวเขานั้นเป็นคนที่ชอบวัฒนธรรมประเพณีทางภาคอีสานเป็นอย่างมากอาจจะเป็นเพราะพ่อชอบเปิดฟังเพลงแคน เพลงโปงลางกล่อมมาตั้งแต่เด็ก และก็ชอบอ่านงานเขีนของ อาจารย์คำพูน บุญทวีอย่าง “ลูกอีสาน” หรือ “นายฮ้อยทมิฬ” จึงทำให้มีการสั่งสอนความชอบนี้มาเมื่อโตขึ้นก็มักจะชอบนั่งรถไฟหรือรถประจำทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของทางภาคอีสานอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะ ปราสาทหินต่าง ๆ ยิ่งได้ยินเสียงดนตรีทางภาคอีสานก็มักจะทำให้รู้สึกขนลุกซู่อยู่บ่อยๆ

และหลังจากที่ได้เรียนจบทำงานมาจนอายุล่วงเลยมาถึงเลข 4 จึงอยากจะมีการปลูกบ้านเป็นของตัวเองเพราะทางด้านของภรรยาของเขาและมีพื้นที่ดินเล็กๆอยู่ในอำเภอเล็กๆเงียบๆแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคกลางนั้น โดยในรั่วเดียวกันก็จะมีคุณยายและคุณป้าอาศัยอยู่ในรั้วเดียวกันอีกทั้งยังมีเพื่อนบ้านรายล้อมจึงทำให้ที่นี่ไม่เงียบเหงามากนักตามวิถีสังคมชนบท

งบประมาณในการทำตอนแรกนั้นมีเพียงแค่ 5 แสนกว่า ๆ ถึงหกแสนบาท จึงได้มีการหาแบบบ้านที่ชอบซึ่งเป็นแบบบ้านไทยอีสานจากอินเทอร์เน็ตโดยแบบแรกที่ได้มานะก็คือ คือแบบเรือนอีสาน และเรือนผู้ไท ราว ๆ เดือน พ.ย. ไปด้วยเอาลองมาถามในห้องชายคาในพันทิปว่าใช้งบประมาณนี้พอสร้างได้ไหมซึ่งเสียงก็ออกแต่เป็น 2 ส่วนคือ สร้างได้ และสร้างไม่ได้ จึงเริ่มมีความคิดต่างๆมากมายและเก็บแบบไว้ในใจอ่าน

จากนั้นก็พบแบบบ้านหลังที่ 2 คือ เรือนผู้ไท ซึ่งเป็นแบบบ้านที่ชอบมากกว่าแบบแรกแต่เนื้อเรื่องของงบประมาณนั้นถือว่าเกินไปมากแต่ก็ยังอยู่ข้างในพิจารณาแต่หลังจากนั้นไม่นานทั้งขาวและภรรยาได้มีการขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวเขาใหญ่ขากลับ ก็ได้พบกับร้านขายไม้เก่าอยู่ข้างทางจึงได้มีโอกาสและเข้าถาม โดยสองร้านแรกที่แวะไปนั้นแทบไม่สนใจ ถามอะไรก็ไม่ตอบ… จนไปเจอร้านหนึ่ง ที่คุยถูดคอกัน และได้มีโอกาศสำหรวจราคาไม้ก่อนไว้อีกด้วย

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้มีโอกาสเปิดอินเทอร์เน็ตลองสืบราคามาจากโรงเลื่อยไม้ต่างๆเปรียบเทียบกับไม้เก่าที่ได้ราคามาสรุปว่าไม้เก่าที่เลี้ยงไว้นะมีราคาถูกกว่าเฉลี่ยมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์แต่ต้องทำใจในเรื่องของตำหนิต่างๆเช่นพวกรอยตะปูความไม่เรียบร้อยแต่เมื่อลองบวกลบคูณหารแล้วบ้านในฝันนั้นก็สามารถเป็นไปได้ในงบที่ตัวเองมีประกอบกับที่ได้ประสบละคร นาคี พบกับฉาก เรือนที่กำนันแย้มจัดให้พ่อพระเอกอยู่ที่บ้านดอนไม้ป่า ซึ่งจากนั้นทำให้ทางเจ้าของกระทู้รู้สึกถูกต้องชะตาเหมือนรักแรกพบในทันที

จึงได้มีการค้นหาข้อมูลของบ้านหลังนั้นทั้งคืนซึ่งจะทราบว่าบ้านหลังนี้ชื่อว่า เฮือนนางเอื้อย และยังได้ภาพของ บ้านคำแก้ว ซึ่งเป็นเรือนโคราชเหมือนกัน ที่มีชื่อว่า เฮือนนางสาหร่าย บ้านหลังนี้เป็นบ้านโบราณที่อยู่ในไร่ จิมทอมป์สันฟาร์มอนุรักษ์เอาไว้ที่ไร่ในอำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ดีที่ได้มานั้นจึงอยากจะให้ทุกส่วนของบ้านเป็นไม้ทั้งหมดแต่ด้วยงบประมาณที่ไม่พอจึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนวัสดุบางอย่างไปและเปลี่ยนแปลงภายในอีกเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันแต่ก็ยังคงรูปร่างของเรือนโคราชไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยได้มีการเริ่มศึกษาโครงสร้างของเฮือน นางเอื้อยและเฮือนนางสาหร่าย เป็นอันดับแรก โดย เฮือนนางเอื้อยของไร่จิมทอมป์สันนั้น เป็นเรือนโคราช แต่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมและรูปแบบของช่างทางภาคอีสานอยู่มากกล่าวคือ เรือนนางเอื้อยนั้นหากมองจั่วและหลังคาจะไม่เหมือนเรือนโคราชหลังอื่นๆ เพราะจั่วเฮือนนางเอื้อยทำมุมที่ประมาณ 35 องศา (จากการคะเนด้วยสายตา) เหมือนเรือนไทยภาคอีสานทั่วไป

จึงทำให้ทางเจ้าของกระทู้มีการเลือก เฮือนนางเอื้อยเป็นโครงสร้างหลัก เพราะมีเพียงแค่จั่วเดียวเท่านั้นและสามารถประหยัดงบประมาณไปได้มากกว่าสำหรับ 4จั่ว แล้วก็ใช้วิชาในตอนปวสที่เคยมีการเรียนเรียนเขียนออกแบบมาบ้านถอดโครงสร้าง เฮือนนางเอื้อยออกมา และเปิดดูข้อมูลบ้านจากละครเรืองนาคีวนไป และหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม

วางแบบแปลนของเรือนนั้นก็จะมีการวางแบบแปลนเป็นรูป จั่วและระเบียงรวมไปถึงบันได ถอดเอาเฮือนนางสาหร่ายมาใช้ เพิ่มหน้าต่างเป็น 8 บาน และในครัวมีหน้าต่างอีก 2 บานสำหรับวัสดุทำเสาก็เปลี่ยนจากเสาไม้กลมเป็นเสาไม้สี่เหลี่ยมขนาด 6 นิ้วสำหรับเสาข้างล่างก็ใช้เป็นเสาไม้เสาปูนสำเร็จขนาด 7×7 นิ้ว จึงทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าใช้กับเสากลมแบบไม้เป็นจำนวนมาก

จากนั้นตัวเขาก็ได้มีโอกาสไปถามโครงสร้างบ้านเรือนไทยจากพ่อ ก็ออกมาสำเร็จเป็นแปลนเรียบร้อย จากนั้นส่งแปลนนี้ไปให้เพื่อนที่เป็นสถาปนิกดูให้ว่ามันโอเคหรือเปล่า เพื่อนที่เป็นสถาปนิกเห็นแบบก็บอกว่าโอเคจึงได้มีการส่งไปให้เพื่อนอีกคนนึงที่เป็นวิศวกรในจังหวัดขอนแก่นทำคำนวณโครงสร้างเมื่อคํานวณเศรษฐศาสตร์ก็ส่งกลับมาทางไลน์เป็นที่เรียบร้อย หลักจานั้นก็มีการทำโมเดลทำการถอดสเกลบ้านในกระดาษออกมาเป็นโมเดลในมาตราส่วน 1/50 โดยใช้ไม้บัลซ่า

จึงทำให้ทราบในถึงเรื่องวัสดุจำนวนไหมว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่เงินจะเพียงพอในการทำหรือไม่แต่การทำโมเดลในครั้งนี้ทำให้คำนวณพลาดโดยขาด กระดานปูพื้น ไปแค่ 6 แผ่นเท่านั้น นอกนั้นใกล้เคียงทั้งหมด จากนั้นก็ทำการหาช่างแต่กลายเป็นเรื่องยากเป็นอย่างมากเพราะเมื่อเช้าเห็นแบบแปลนก็จะเรียกค่าจ้างสูงจนเกินไปทำให้เกินงบประมาณแต่โชคดีที่ได้พบกับลุงซึ่งเป็นญาติของภรรยาเป็นช่างทำบ้านไม้มจึงได้ราคาืำบ้านใ นราคาที่ต่ำกว่างบประมาณหนึ่ง

เมื่อได้แบบที่ลงตัวก็ไปเลือกไม้ที่ร้าน ไม้กระดานเป็นตารางเมตร ตารางเมตรละ 1 พันบาท ประกอบไปด้วยไม้เก่าเนื้อแข็งสารพัดชนิด (ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เต็ง) ความหนาของไม้ที่ร้านจัดให้หน้า 8 นิ้ว หนาถึง 1.8-2.2 นิ้ว ซึ่งอดีตไม้เก่ากองนี้เคยเป็นคาน เป็นตงมาก่อนแทบทั้งสิ้น ร้านบอกว่ากองนี้มีคนจะมาขอซื้อหลายคนแล้ว ดีที่ทางเจ้าของกระทู้ได้มีการจองไว้ก่อนจากนั้นก็มีการเลือกซื้อ วางเรือนที่ขัดกับความเชื่อโบราณของชาวโคราชวางเรือนตามตะวัน แต่บ้านของเจ้าของกระทู้นั้นก็มีการ หันเรือนขวางตะวัน เพราะทิศตะวันตกนั้นมีบ้านเพื่อนบ้านอยู่กลับกลายเป็นว่าเรือนนอนหันไปทางทิศตะวันตกการ

สำหรับบันได ขึ้นเฮือนย้ายตำแหน่งจากบันไดเดิมของเฮือนนางเอื้อย โดยเอาบันไดไว้ทางทิศเหนือ ซึ่งจะเดินขึ้นเรือนทางทิศใต้ ส่วนบันไดเล็กอีกด้านหนึ่งนั้น เดินขึ้นเรือนทางทิศตะวันออกและมีการเพิ่ม ฮ้านแอ่งน้ำ คือร้านหม้อน้ำที่เอาไว้หม้อดินเผาใส่น้ำดื่มซึ่งเอกลักษณ์ที่พบเห็นในเรือนไทยอีสานที่ระเบียงของชานแดดด้วย

โดยบ้านหลังนี้ไม่ได้มีการตอกเสาเข็ม แต่ทำฟุตติ้ง เรื่องเป็นต่อปูนสำเร็จสั่งรอไหมมาจากโรงหล่อขนาด 7 นิ้วฝากตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ และทางร้านไม้ร้านจัดไม้ขนาด 2×8 นิ้วมาให้(ได้ราคามาศอกละ 170 บ. ต่อราคาแล้วเหลือศอกละ 150 บ. เป็นไม้เต็ง) ตัดมาตามขนาดที่กำหนดไป (แต่ร้านก็จะเผื่อมาให้ราว 30-50 ซม.ต่อตัว) ส่วนตงเป็นไม้เต็งขนาด 1.5×6 นิ้ว ศอกละ 100 บ. อละทางเจ้าอกระทู้ ต่อราคาเหลือศอกละ 70 บ. เสาไม้เต็งหน้า 6 ศอกละ 250 บ. หน้า 5 ราคา 150 บ. ส่วนหน้า 4 ที่เอามาทำเสาครัวและเสาระเบียงนั้น แต่ทางเจ้าของกระทู้หักคอมาที่ศอกละ 100 บ.

เรือนโคราชทั่วไปในที่มีความสูงไม่มากไม่น้อยอยู่ที่ประมาณ 2.50 เมตรแต่ก็ลดระดับลงมาเรื่อยๆตั้งแต่เดือนจนถึงฌานแดดเพราะในจังหวัดนครราชสีมาเมื่อถึงฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวจัดซึ่งวิธีนี้จะทำให้เรือนที่มีความสูงไม่มากไม่ได้รับประทานลมแรงๆและส่วนที่ต่ำที่สุดก็คือ ใต้ถุนชานแดดนั้นปกติไม่ใช้อยู่อาศัยแต่จะเอาไว้เก็บของจำพวกฟืนหรือเครื่องมือในการทำมาหากิน

สำหรับการทำฝาบ้าน ซึ่งฝาเรือนของเจ้าของกระทู้เป็น ฝาเรือนโคราชซึ่งช่างที่ทำบ้านเรือนไทยบางแห่งก็ไม่รับทำ หรือถ้าหากรับทำก็จะมีราคาที่สูงมากจึงได้มีการแนะนำญาติมาให้ซึ่งเป็นช่างไม้ฝีมือดีที่แฝงตัวอยู่ในจังหวัดสระบุรีโดยมีการบุกป่าฝ่าดงไปหาถึงที่ซึ่งทางช่างก็ตกลงรับทำให้รวมทั้งสิ้นทั้งหมด 6 กระแบะพร้อมหน้าต่าง (ฝาด้านสกัด 2 กระแบะ ฝาเรือนเกย2 กระแบะ และฝาห้องหลังเรือนห้องละ 2.5 เมตร อีกสองกระแบะ ช่องว่างอีกห้องเอาไว้ทำห้องน้ำ)

สำหรับหน้าต่างนั้น ช่างได้ออกแบบใหม่เป็นแบบบานเดี่ยวเปิดออกนอกตัวบ้าน มีวงกบซ่อนอยู่ภายในเพื่อกันน้ำฝนซึม เมื่อปิดหน้าต่างสนิทแล้วก็จะดูคล้าย ๆ กับฝาเรือนโบราณและมีการทำสลักไม้จำลอง 4 ชิ้นติดไว้ที่ขอบบนล่างของหน้าต่างคล้ายของเฮือนนางสาหร่าย

สำหรับโครงสร้านบ้านนั้นเป็น เหล็ก เพราะไม้เนื้อแข็งมีราคาสูง จึงเป็นเปลี่ยนโครงสร้างหลังคาจากไม้ให้เป็นเหล็กทั้งหมด โดยอกไก่ ดั้ง เสและอะเสเป็นเหล็กกล่อง 2×5 นิ้ว จันทันเป็นตัว C ขนาด 4 นิ้ว วางระยะห่างที่ 1.25 เมตร ตรงชายคาหน้าจั่วเป็น C 3 นิ้ว โดยเหล็กทุกตัวมีความหนาประมาณ 2.3 ทั้งหมดและมีการทารองพื้นกันสนิม TOA หลังคาเปลี่ยนจากแป้นเกล็ดไม้มาเป็นเมทัลชีทลอนสเปนแทน ส่วนของจั่วบ้านนั่นก็มีการใช้ฝาไม้จริงจำลองจั่วของเฮือนคำแก้วในลักษณะที่เป็นการ ตีซ้อนเกล็ดมาใส่ไว้แทน และเชิงชายนั้น ใช้เชิงชายไม้เทียม Dura หน้า 8 นิ้วและซ้อนด้วยไม้ระแนงขนาด 3 นิ้ว เอาให้เหมือนเฮือนตัวอย่าง ทาสีด้วยสีน้ำเบเยอร์คูล

สำหรับตำแหน่งห้องครัวจะมีพื้นที่ว่างที่ถูกเรียกว่า “เสวียน” หรือ “แกระ”ที่เป็น ยุ้งข้าวขนาดเล็กที่เชื่อมติดกับตัวพะระเบียงหรือเกย ทำด้วยไม้ไผ่สาน จั่วตีไม้ทำเป็นจั่วพระอาทิตย์ มีรัศมีด้านละ 5 แฉก มีรางน้ำไม้รองรับน้ำฝนระหว่างหลังคาทั้งสองด้าน ห้องนี้เดิมไม่มีหน้าต่างเป็นห้องปิดทึบ แต่ก็มีการเพิ่มหร้าต่างลงไป แบบบานกระทุ้ง ทิศตะวันออกผมใช้หน้าต่างไม้สักเก่าที่ซื้อมือสองมาติดไว้เพื่อระบายอากาศ

สำหรับการแบ่งห้งต่างๆในบ้านนั้นเป็น ก็มีการแบ่งออกเป็น 3 ช่อง ห้องนอนสองห้อง เรือนโล่ง 1 ห้อง ใต้ไม้หน้า 3 โดยฝาภายในใช้ไม้ไผ่อัด ขนาด 4 มม. ทั้งหมด ซึ่งมีความหนาเหมือนไม้อัดจากนั้นก็เอาน้ำยากันมอดมาแล้ว ราคาพอ ๆ กับไม้อัดส่วนห้องน้ำ มีการต่อยื่นออกไปตรงเรือนห้องที่ 3 ออกไปนอกตัวเรือนในลักษณะปูนเปลือยโดยมีดารฉาบเรียบขัดมันเอาไว้ข้างใน ช้างนอกก็ฉาบเรียบธรรมดา

สำหรับเรื่องปลวกนั้นก็มีการทาน้ำยากันปลวกกับไม้ทุกชิ้น ฝาเรือนทุกกระแบะ ลำแพนทุกแผ่น (ทั้งสองด้าน) ด้วย Wood Preservative อย่างเชลไดร้ท์ CL ซึ่งยกแกลลอนขนาด 15 ลิตรมาเลย 3 แกลลอน (คุ้มกว่าซื้อกระป๋องเล็ก ๆ) ซึ่งเป็นสีใส (แต่กลิ่นก็แรงอยู่) สำหรับ ระเบียง หรือเกยมีการใส่หน้าต่าง บานเฟี้ยมช่องละ 6 บาน รวมแล้วสามช่อง 18 บาน ซึ่งสั่งทำในราคา าบานละ 700 บาท

และสไตล์การตกแต่งบ้านนั้นแทบไม่ต้องตกแต่งอะไรเบน ไม่มีเตียงโต๊ะจึงเรียกได้ว่า กิจกรรมทุกอย่างในบ้านนี้ออกแบบมานั่งกับพื้นเรือนทั้งหมด มีเพียงแค่ โต๊ะลักษณะโต๊ะญี่ปุ่นไว้นั่งทำงานเท่านั้น ระบบไฟฟ้าหลอดไฟใช้หลอด LED ขนาด 5Wยกเว้นดวงใต้ถุนบ้านจะใหญ่หน่อยคือ 12 W รวมทั้งหลังมีหลอดไฟอยู่ 13 ดวง

สำหรับการทำบ้านหลังนี้ ใข้งบประมาณทั้งหมด 7 แสนบาท โดยทางเจ้าของกระทู้มีการเขียนแบบเอง คุมงานเอง ซื้อวัสดุเองทุกอย่าง แม้จะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่าเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่เหมือนเฮือนโคราชดั้งเดิม 100% แต่ก็ยังคงความเป็น เฮือนโคราชไว้อยู่โดยในทั้งนี้ทางเจ้าของกระทู้ก็อย่างให้บทความนี้เป็นประโยชา์สำหรับคนที่รักบ้านไม้และอยากให้คนที่อยากได้บ้านไม้ได้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างเรือนในฝันของตัวเอง