สมุนไพรไทย ‘เพชรสังฆาต’ เพิ่มมวลกระดูกให้คนวัยทอง 3 เดือนเห็นผล

ผู้ที่มีอายุมากขึ้น ก็ต้องพบกับปัญหาเนื้อเรื่องของกระดูกต่างๆที่มักจะปวดเมื่อย สร้างความน่ารำคาญในการใช้ชีวิตประจำวัน ได้ไม่น้อยและยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็ต้องยิ่งระวังในเรื่องของกระดูกมากด้วยเช่นกัน

แต่บอกเลยว่าก็มีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยในเรื่องของแก้โรคกระดูกกระดูกต่างๆได้เช่น โรคกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน อันเป็นโรคประจำสังขารของคนวัยชราทั้งชายและหญิง จะพูดสมุนไพรดังกล่าวนี้นั่นก็คือ เพชรสังฆาต นั่นเอง

โดยพืช เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรที่มีการใช้บำรุงมาตั้งแต่ในสมัยโบราณตามพระคัมภีร์ สรรพลักษณะ สรรพคุณแลมหาพิกัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวถึงสรรพคุณของ “เพชรสังฆาต” ไว้ว่า “เพชรสังฆาต แก้จุกเสียด แก้บิด แก้ปวดในข้อในกระดูก ชอบแก้ลมทั้งปวงแล” ซึ่งในตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไปในสาขาเภสัชกรรมของการประกอบโรคศิลปะกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการกล่าวถึง เพชรสังฆาต ว่า มีสรรพคุณ แก้กระดูกแตก หัก ซ้น ขับลมในลำไส้ แก้ริดสีดวงทวารหนัก อีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีหมอพื้นบ้านได้เอาใบมาตามให้ละเอียดและใช้เป็นยาพ่อบริเวณที่กระดูกหักซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของอาการบวมอักเสบได้เป็นอย่างดีและหากเอาน้ำมาคั้นไปดื่มก็สามารถแก้ในเรื่องของเลือดออกไรฟันได้แก้โลหิตระดูสตรีไม่ปกติได้และรักษาโลหิตสีดวงทวารระยะเริ่มต้นได้อีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็ได้มีงานวิจัยพบว่า เพชรสังฆาต ถือเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูงเป็นอย่างมากและมีการยืนยันสรรพคุณรักษาเนื้อเรื่องของโรคออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดีและยังมีการอุดมไปด้วยโปรตีนต่างๆที่เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเออีกทั้งยังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นโรคในการเกิดมะเร็งได้ด้วยนั่นเอง

อีกทั้งยังมีองค์ประกอบสำคัญต่างๆนั้นก็คือมีแคลเซียมที่สูงมากอีกทั้งยังมี สารอนาโบลิก สเตียรอยด์ ที่มีฤทธิ์ในเรื่องของการสมานกระดูกที่แตกหักโดยมีการกระตุ้นสร้างเซลล์ ออสเตโอบลาสต์ ที่มีหน้าที่ในการสร้างกระดูกและยังช่วยให้มีการทำให้กระบวนการสมานกระดูกเป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้นซึ่งก็ได้มีการทดลองใช้ เถาเพชรสังฆาตในสตรีวัยทองซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุน พบว่าช่วยเพิ่มมวลกระดูกและรักษากระดูกแตก กระดูกหักได้ ในขนาดรับประทาน ครั้งละ 2 แคปซูล (น้ำหนักแคปซูลละ 250 มิลลิกรัม) วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร

สำหรับการใช้ในแบบพื้นบ้านนั้นก็นำเอา เถาเพชรสังฆาต มา 1 ข้อแล้วไปต่อในกล้วยน้ำว้าสุกจะเป็นร่องรูเอาไว้หั่นซอยเป็น 3 ท่อนให้เท่ากันและแบ่งรับประทานครั้งละ 1 ท่อนวันละ 3 ครั้งซึ่งการรับประทานนั้นจะต้องใช้วิธีกลืนห้ามเคี้ยวอย่างเด็ดขาดเพราะผลิต แคลเซียมอ็อกซาเลต ที่อยู่ใน เถาเพชรสังฆาตสดมีฤทธิ์คันคอและระคายเยื่อบุในปากแต่ไม่ระคายกระเพาะอาหาร แต่ก็มีข้อห้ามด้วยเช่นกันคือห้ามทานติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์เพราะอาจจะเกิดโรคนิ่วได้

เรื่องของ เพชรสังฆาต ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะได้มีการยืนยันจาก ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ฝากซื้ออีกว่าในปัจจุบันนั้นสังคมประเทศไทยก็เริ่มเข้าสู่ผู้สูงอายุแล้วก็มาจะมีผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาในเรื่องภาวะโลกร้อนต่างๆเช่นโรคกระดูกบาง

ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวนี้ก็สามารถเอาเพชรสังฆาต มารักษาบำรุงร่างกายบำรุงกระดูกรักษา รักษากระดูกหัก ข้อเสื่อม ปวดข้อ ปวดเข่า ได้เป็นอย่างดีโดยได้มีอาสาสมัครที่เป็นโรคกระดูกบาง แต่ยังไม่กระดูกพรุน โดยให้ทานต่อเนื่อง 3 เดือน พบว่า เพชรสังฆาต ช่วยลดการผลัดเปลี่ยนกระดูกได้

“ขณะนี้กำลังมีการวางแผนการวิจัยให้ครบวงจรและขยายกลุ่มตัวอย่างให้เพิ่มขึ้น คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ปี ในการทดลองทางคลินิก เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน ทั้งนี้ ปัจจุบัน อย. ให้ขึ้นทะเบียนเพชรสังฆาต เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร แต่พบว่าภูมิปัญญาของหมอแผนไทยพื้นบ้านจะนำเถา มาตำกับแป้ง พอกเพื่อต่อกระดูก โดยมีการทบทวนงานวิจัยของประเทศเพื่อนบ้านที่มีการใช้พืชกลุ่มนี้ 7 – 8 ปี เช่น ประเทศอินเดีย พม่า ก็พบว่ามีการใช้แบบเดียวกัน ทำให้พบว่า เพชรสังฆาต ช่วยลดการสลายของกระดูก ช่วยเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อในผู้ที่ออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มการเผาผลาญลดภาวะน้ำหนักเกิน และยังพบว่าช่วยลดภาวะการอักเสบ ลดการปวดข้อ ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการนำสารดังกล่าวมาสกัดเป็นแคปซูล แต่จะมีราคาแพง 150 แคปซูล ราคาถึง 3,000 บาท” ภญ.ผกากรอง กล่าว

ฉะนั้นจึงเรียกได้ว่า เพชรสังฆาตหรือเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะสามารถนำมารับประทานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเอามาคั้นน้ำผสมกับมะนาวและน้ำผึ้งรับประทานกินก็จะช่วยทำให้แคลเซียมแข็งแรงได้ด้วยเช่นกันซึ่งถ้าหากใครนั้นกำลังเข้าสู่วัยทองหรือมีปัญหาเรื่องกระดูกต่างๆก็สามารถเอา เพชรสังฆาต มารับประทานการตามความเหมาะสมได้เลย