โกยเงินแสน! ‘แห่เลี้ยงกบเพาะลูกอ๊อดขาย’ ขายดิบขายดี แห่ซื้อไปทำเมนูเด็ด

\ในตอนนี้เข้าสู่ช่วงต้นฤดูฝนแล้วก็จะมีชาวอีสานนั้นออกมาทำงานกันอย่างมากมายและถ้าหากปีไหนฝนไม่ตกตามฤดูกาลก็จะพากันหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้กันอย่างเช่นที่อำเภอธาตุพนมซึ่งก็จะมีหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่ใน บ.ดองแดง ม.8 ซึ่งได้มีชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือนทำการผสมพันธุ์กบขายส่งลูกอ๊อดกันหรือเรียกกันว่าพวกนั้นเองและเป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดในทางภาคอีสานอีกด้วยและขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันมานานกว่า 20 ปีโกยเงินเข้ากระเป๋าได้ต่อรายถึงเดือนละ 70,000 บาทเลยทีเดียว

ได้เช่นนายสมประสงค์ อรัญ วัย 49 ปี เธอเป็นอย่างนั้นเกษตรกรที่ได้มีการเลี้ยงกบเพื่อขายส่งธกสนโดยได้มีการบุกเบิกเลี้ยงกบในนาข้าวเพื่อขายลูกอ๊อดมานานตั้งแต่ปี 2537 โดยในตอนนั้นยังไม่มีใครกินสัตว์ที่เลี้ยงไว้เช่นกบปลาดุกจากนั้นจึงได้ทำการเลิกเรียนไปนานถึง 2 ปีเพราะในนาข้าวมีปูปลาอุดมสมบูรณ์ซึ่งแตกต่างกับยุคนี้เป็นอย่างมากที่ในนาข้าวนั้นมีแต่สารเคมีจึงทำให้ให้พบปลามีความอุดมสมบูรณ์เหมือนสมัยก่อนเลย

ด้วยความที่ไม่อุดมสมบูรณ์นี้จึงได้มีการกระตุ้นให้ชาวบ้านนั้นเริ่มหันมาเลี้ยงเพาะพันธุ์อย่างจริงจังโดยการซื้อพ่อพันธุ์กบและแม่พันธุ์กบหัวเหลืองเขียวมาจากไร่พรเทพบ.ดอนสวรรค์จากนั้นก็มาขนเลี้ยงในนาข้าวซึ่งในปัจจุบันนั้นก็ผ่านมาประมาณ 20 ปีก็มีบ่อเลี้ยงดินประมาณ 25 บอกโดยขนาดบ่อขนาดบ่อกว้าง 5 เมตร ยาว 30 เมตรตามคันนามีการใช้ตาข่ายสูง 1 เมตรเพื่อการกบกระโดดหนี

โดยการลงทุนในครั้งแรกนะใช้เงินประมาณ 20,000 ในการลงทุนโดยเริ่มจากการเช่าที่นาในพื้นที่บ้านเพื่อนบ้านประมาณ 5 ไร่เพื่อเลี้ยงกบ 1 ไร้ จากนั้น การทำนาขายข้าวเป็นค่าเช่าที่นาประมาณ 10000 บาทต่อเดือนโดยมีการเลี้ยงกบกับภรรยาซึ่งในตอนแรกก็มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัวแต่ก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งน้ำเหลืองซึ่งปัจจุบันลดการเรียนโดยประมาณ 2,800 ตัวเท่านั้น

โดยในครั้งนี้ก็มีการปลูกผักบุ้งบ้านให้กบนั้นได้เข้าไปอยู่อาศัยอีกทั้งยังสามารถช่วยซึมซับของเสีย ได้ดียิ่งกว่าผักตบแล้วหลังจากนั้นก็จะมีการนำแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์เข้าบ่ตามด้วยพ่อพันธุ์เพื่อให้มันผสมพันธุ์กันแค่ข้ามคืนพอรุ่งเช้าก็จะพบใครจากนั้นก็เอาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ออกจากกัน 10 วันและผสมได้ 1 ครั้งโดยใน 1 เดือนจะสร้างปริมาณมากถึง 1 ตันโดยขายส่งกิโลกรัมละ 90 บาทและใน 1 เดือนนั้นสามารถสร้างรายได้ได้ประมาณ 100,000 บาท แต่ถ้าคิดการหักค่าใช้จ่ายต่างๆไปกำไรเหลือประมาณ 70,000 บาทต่อเดือน

และนอกจากนี้ทางคุณสมประสงค์นั้นก็ยังกลายเป็นพ่อค้า คนกลางที่ได้มีการขับรถนำลูกค้าไปบุกเบิกในจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดอุดรธานีขอนแก่นมหาสารคามจนสามารถติดตลาดได้ในที่สุด

และการเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบในเพื่อผลิตตัวอ่อนนั้นยุ่งยากพอสมควรโดยมีการเลี้ยงประมาณ 30 บาทโดยใช้ขนาดดินนาข้าวปั้นเป็นบ่อและมีการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แข็งแรง 200-300 ตัว โดยในช่วงเย็นถ้าฝนไม่ตกก็จะใช้สปริงเกอร์ทานน้ำฝนเพื่อให้กบนะสามารถผสมพันธุ์กันพอตกเย็นก็จะเห็นคราบสีขาวในบ่อ

ส่วนในเรื่องของการให้อาหารมันก็จะเน้นเป็นอาหารเม็ดที่เอาไว้เลี้ยงปลาดุกและมีการปรับสภาพน้ำบ่ออนุบาลให้มีความผิดสีเขียวขุ่นอยู่ตลอดเวลาโดยการหมักชีวภาพผสมกับน้ำตาลเพื่อให้ลูกตอนนั้นสามารถอำพรางตัวไม่เห็นกันได้ไม่อย่างนั้นตัวใหญ่จะกินตัวเล็ก โดยในแต่ละรุ่นนั้นจะใช้เวลาประมาณ 21 วันในการเลี้ยงก่อนที่จะออกจำหน่ายเมื่อถึงเวลาจำหน่ายก็จะอัดออกซิเจนใส่ไปในถุงพลาสติกและขายในถุงละ 1 กิโลกรัม สำหรับราคาตัวตายก็จะมีการจ้างควักขี้ไส้อัดใส่ถังน้ำแข็งตัวตายจะราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาทส่วนตัวเป็นจะตกกิโลกรัมละ 80 บาทพอเข้าถึงหน้าแล้งราคาพุ่งสูงเป็นอย่างมากจึงทำให้มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 50,000-70,000 บาทนั้นเอง

Top